ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีปืนพกชนิดทำเอง ขนาด .22ใช้ยิงได้ไม่มีเลขหมายทะเบียน 1 กระบอก กับกระสุนปืน 10 กว่านัดไว้ในครอบครองไม่รับอนุญาตและร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรแล้วร่วมกันใช้ปืนนั้นยิงนายวิเทศ อดุลยประภากร ด้วยเจตนาฆ่าถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลอาญา มาตรา 288, 371, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 กับขอให้ริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อหาร่วมกันยิงผู้ตายมีเหตุน่าสงสัยข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และพกพาไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร โจทก์ไม่มีพยานยืนยัน พิพากษายกฟ้องแต่วางเงื่อนไขคุมประพฤติให้มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติมีกำหนด 4 เดือนต่อครั้ง ในระยะ 2 ปี ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 64 ของกลางริบ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนฟังว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดในข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และพาไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร พิพากษาแก้ จำเลยที่ 2 กระทำผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4)พ.ศ.2510 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 จำเลยกระทำผิดขณะมีอายุ 15 ปีเศษยังไม่สมควรพิพากษาลงโทษ เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางจนกว่าจำเลยที่ 2 จะมีอายุสิบแปดปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5)และให้ยกเลิกเงื่อนไขคุมประพฤติที่ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางวางกำหนดไว้สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง

จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้เปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์เป็นว่าใหยกโทษปล่อยตัวจำเลยที่ 2

ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 29 และมาตรา 27 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506 มาตรา 7 ห้ามอุทธรณ์ฎีกาในกรณีที่ศาลใช้ดุลพินิจตามมาตรา 74(1) และ (5) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฉะนั้น คดีนี้เมื่อศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง จนกว่าจำเลยที่ 2 จะมีอายุสิบแปดปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) แล้วจำเลยที่ 2 จะฎีกาขอให้เปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามมาตรา 27(1) และมาตรา 29

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th