ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โจทก์นำยึดบ้านโดยอ้างว่าเป็นของจำเลย
ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ให้การว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นเคยสั่งให้จำหน่ายคดีของผู้ร้อง แต่ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปศาลชั้นต้นนัดสืบพยานผู้ร้อง ในวันนัดสืบพยานทนายความผู้ร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และผู้ร้องไม่มีพยานมาศาลถือว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบ พิพากษาให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่ผู้ร้องไม่ได้ไปอบรมราชการที่กรุงเทพมหานครและปรากฏว่าผู้ร้องได้ขออนุญาตลาหยุดราชการต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อมาศาลแล้วมิได้มาศาลในวันนัดโดยไม่มีพยานอื่นมาสืบ แต่ทนายความผู้ร้องกลับขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่าผู้ร้องไปอบรมราชการที่กรุงเทพมหานคร เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องไม่ได้เอาใจใส่ในการดำเนินคดี มีลักษณะเป็นการประวิงคดีให้ชักช้าเพื่อมิให้ทรัพย์ที่ถูกยึดในคดีนี้ถูกนำออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ จึงเป็นกรณีที่ไม่มีเหตุอันจำเป็นในการขอเลื่อนคดีของผู้ร้อง แม้เป็นการขอเลื่อนคดีครั้งแรกก็ไม่สมควรที่จะให้เลื่อนคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 วรรคแรก
พิพากษายืน.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

