ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดมีนางเซาะฮุย ศรีปัญญาวิญญู เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการโรงสีข้าวมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วน โดยมีจำเลยที่ 3 เข้าลงหุ้นแทนที และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทน เมื่อระหว่างวันที่ 4 มกราคม ถึงวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2529 จำเลยที่ 1 ได้รับมอบข้าวเปลือกหอมมะลิไปจากโจทก์จำนวน 28 คันรถบรรทุก น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 169,636 กิโลกรัมโดยมีข้อตกลงกันว่า ข้าวเปลือกที่เก็บไว้นั้นจำเลยมีสิทธิที่จะสีเป็นข้าวสารนำออกขายได้ และหากโจทก์บอกกล่าวว่าจะขายเมื่อใดจำเลยที่ 1 จะชดใช้ราคาให้เป็นเงินสดตามราคาข้าวเปลือกในท้องตลาดขณะนั้น ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2529 ข้าวเปลือกหอมมะลิมีราคาสูงขึ้น ซื้อขายกันในท้องตลาดประมาณกิโลกรัมละ 3 บาท โจทก์จึงแจ้งแก่จำเลยที่ 1 ว่าต้องการขายข้าวทั้งหมด ซึ่งคำนวณราคาเป็นเงินประมาณ 500,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่ยอมชำระเงินขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการฝากข้าวอยู่นอกเหนือขอบวัตถุประสงค์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่โจทก์มอบข้าวเปลือกไว้กับจำเลยที่ 1และให้สิทธิจำเลยที่ 1 แปรสภาพเป็นข้าวสารออกขายเป็นการนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 หรือไม่ ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า โจทก์ได้นำข้าวเปลือกจำนวน 28 คันรถน้ำหนัก 169,636กิโลกรัม ไปมอบให้จำเลยที่ 1 ไว้และให้สิทธิจำเลยที่ 1 แปรสภาพเป็นข้าวสารออกขายได้ หากโจทก์มีความประสงค์ต้องการขายข้าวเปลือกดังกล่าวเมื่อใดจำเลยที่ 1 จะใช้ราคาเป็นเงินสด โดยคิดราคาข้าวเปลือกชนิดและประเภทเดิมในปริมาณเดียวกัน เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการให้กรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกตกเป็นของจำเลยแล้วเพียงแต่จะคิดราคากันในภายหลังเท่านั้น และต้องใช้ราคาโดยไม่ต้องคืนทรัพย์ที่รับไว้ จึงเป็นการซื้อขายวิธีหนึ่งหาใช่รับฝากทรัพย์ไม่ไม่นอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 โจทก์มีอำนาจฟ้อง"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th