ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินจากโจทก์เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อแล้วจำเลยทั้งสองปลูกบ้านเลขที่ 191/2ลงบนที่ดินที่เช่าซื้อ ต่อมาจำเลยทั้งสองผิดสัญญา สัญญาระงับสิ้นสุดลงทันที โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองย้ายบ้านและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยเพิกเฉย โจทก์อาจนำที่ดินให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าประมาณเดือนละ 2,000 บาท ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนบ้านเลขที่ 191/2 ขนย้ายสิ่งของและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนขนย้ายสิ่งของและบริวารแล้วเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยผิดสัญญาเช่าซื้อค่าเสียหายของโจทก์ไม่เกินเดือนละ 200 บาท โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหากจำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนขนย้ายบ้านที่ปลูกออกจากที่ดินจะเกิดความเสียหายเป็นเงิน 80,000 บาท นอกจากนี้จำเลยทั้งสองได้ถมที่ดินราคาที่ดินเพิ่มขึ้นคิดเป็นเงิน 300,000 บาท ถ้าหากโจทก์ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองได้ จำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนขนย้ายบ้าน โจทก์จะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองเป็นเงิน 380,000 บาท ด้วย ขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์โอนที่ดินที่เช่าซื้อแก่จำเลยทั้งสองโดยจำเลยทั้งสองยินดีชำระเงินส่วนที่ค้างชำระจำนวน 49,000 บาท แก่โจทก์ หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์ หากโจทก์ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้จำเลยทั้งสองได้และจำเลยต้องรื้อถอนบ้านเลขที่191/2 ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย 380,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระครบถ้วน

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ค่ารื้อถอนบ้าน ค่าขนย้ายและค่าถมที่ดินเพื่อปลูกบ้านเป็นสิทธิและหน้าที่ของจำเลยทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม จำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยทั้งสอง ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง เห็นว่า มีเงื่อนไขและไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมจึงไม่รับฟ้องแย้ง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเป็นฟ้องที่ต้องห้ามมิให้ฟ้องรวมกันมาพร้อมคำให้การเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อ ขอให้บังคับโจทก์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เช่าซื้อให้แก่จำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองจะชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างจำนวน 49,000 บาท แก่โจทก์ หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ ฟ้องแย้งข้อ 3ที่ว่าหากโจทก์ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่จำเลยทั้งสองได้ และจำเลยทั้งสองจะต้องรื้อถอนบ้านเลขที่ 191/2 หมู่ 1 ถนนรามอินทราตำบลท่าแร้ง อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ออกไปแล้วให้โจทก์ชดใช้ค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น 300,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายที่ต้องรื้อถอนบ้านหลังดังกล่าวออกไปอีก 80,000 บาท รวมเป็นเงิน 380,000บาท และฟ้องแย้งข้อ 4 ขอให้โจทก์เสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนั้น เป็นคำฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสาม และมาตรา 179 วรรคท้าย และคำฟ้องแย้งนี้ไม่เป็นเงื่อนไข หากเป็นแต่เพียงคำขอในคำฟ้องแย้งอีกข้อหนึ่งในเมื่อบังคับตามคำขอข้อแรกไม่ได้ ซึ่งแล้วแต่ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th