ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 คนละ 1 เดือน ปรับคนละ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 1 ปี จำเลยที่ 3 ปรับ 1,500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดให้มีการโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน มีกำหนดเวลา 7 วัน ติดต่อกันโดยให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ทั้งปวงคำขออื่นให้ยก โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 83, 90 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด

โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสี่ทราบคำบังคับแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้จับกุมจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4และผู้แทนของจำเลยที่ 3 มาควบคุมไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนัดพร้อมคู่ความตกลงกันได้ โดยในการบังคับตามคำพิพากษาปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่ได้ย่อคำพิพากษาไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชนแล้ว ส่วนการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไม่สามารถทำได้เนื่องจากหนังสือพิมพ์ดังกล่าวอ้างเหตุขัดข้องไม่รับลงโฆษณาให้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการที่จำเลยทั้งสี่ได้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันถือว่าจำเลยทั้งสี่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้วส่วนการโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนั้น ถือว่าเป็นการพ้นวิสัยที่จะกระทำได้ในขณะนั้นกรณีจึงไม่มีเหตุที่จะต้องบังคับคดีตามคำร้อง ให้ยกคำร้อง

โจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

โจทก์ ทั้ง สอง ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองในประการแรกว่า การที่จำเลยทั้งสี่ย่อความในคำพิพากษาไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันนั้น เป็นการปฏิบัติถูกต้องตามคำพิพากษาหรือไม่ ศาลฎีกาได้ตรวจดูข้อความที่จำเลยทั้งสี่นำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสี่ได้ย่อคำพิพากษาโดยย่อคำฟ้องได้ใจความถูกต้องตรงกับคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองและมีข้อความระบุว่าศาลพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามที่โจทก์ทั้งสองฟ้องตลอดจนบทลงโทษและโทษคนละเท่าใด ตรงตามเนื้อความในต้นฉบับคำพิพากษาแล้วเมื่อผู้อ่านอ่านแล้วจะเข้าใจได้ทันที ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำพิพากษาแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่าการโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนั้นเป็นการพ้นวิสัยหรือไม่ เห็นว่าที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ไม่สามารถจะโฆษณาคำพิพากษาได้เนื่องจากมีการลดหน้าหนังสือพิมพ์ลง ประกอบกับใกล้สิ้นปีมีโฆษณามาก จะเห็นได้ว่าถ้าพ้นสิ้นปีไปแล้วหนังสือพิมพ์ดังกล่าวก็สามารถจะโฆษณาคำพิพากษาให้ได้ จึงไม่เป็นการพ้นวิสัยส่วนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไม่สามารถจะโฆษณาคำพิพากษาได้ เนื่องจากเนื้อที่ในการลงโฆษณาได้เปิดจำหน่ายล่วงหน้าไปจนถึงปีหน้า จำเลยทั้งสี่ย่อมจองสิทธิลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวต่อจากผู้ลงโฆษณาล่วงหน้าคนสุดท้ายได้ ดังนั้นการโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจึงยังอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ ประกอบกับคำพิพากษามิได้บังคับว่าจะต้องจัดให้มีการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับดังกล่าวข้างต้นเมื่อใด ดังนั้น การลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับดังกล่าวยังไม่เป็นการพ้นวิสัย

พิพากษาแก้เป็นว่า การโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐของจำเลยทั้งสี่ไม่เป็นการพ้นวิสัย ให้จำเลยทั้งสี่ปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th