ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 410,000 บาท แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยใช้เงินจำนวน 319,908.09 บาท แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ความผิดฐานลักทรัพย์ที่พี่น้อง (โจทก์-จำเลย) ร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกันเป็นความผิดอันยอมความได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ทั้งความผิดฐานยักยอกทรัพย์ก็เป็นความผิดต่อส่วนตัวอันอาจยอมความกันได้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพี่ไปแจ้งความกล่าวหาว่าจำเลยผู้เป็นน้องทำการลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์ของโจทก์ ต่อมามีการตกลงประนีประนอมโดยการทำบันทึกแบ่งทรัพย์สินกัน จึงหาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใดไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว และถือได้ว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นบันทึกที่มีมูลหนี้ต่อกันระหว่างโจทก์-จำเลย"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th