ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยเรียงกระทงความผิดตามมาตรา 264,265, 266 ประกอบด้วยมาตรา 268 จำคุก 6 เดือน 1 ปี และ 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 341 จำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุกรวม 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 266 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงกระทงเดียว จำคุก 1 ปี 6 เดือน โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การกระทำของจำเลยตามฟ้องในข้อ (ก)(ข)(ค)(ง) ทั้งหมด คือ ปลอมเอกสารขึ้นรวม 9 ฉบับ แล้วนำเอกสารปลอมทั้ง 9 ฉบับนั้นมาใช้เพื่อหลอกลวงให้กรมตำรวจจ่ายเงินกู้ 10,000 บาทให้จำเลย อันเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(1) และมาตรา 268 วรรคหนึ่งนั้น มาตรา 268 วรรคสอง บัญญัติให้ลงโทษในฐานใช้เอกสารปลอมแต่กระทงเดียว และการที่จำเลยนำเอกสารปลอมเหล่านั้นมาใช้โดยทุจริตเพื่อหลอกลวงให้ได้มาซึ่งเงินกู้จากกรมตำรวจ อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ด้วยนั้น ก็เป็นความผิดในการกระทำกรรมเดียวกันนั่นเองเพราะเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้รายเดียวกัน จึงต้องลงโทษจำเลยในฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแก่จำเลยแต่เพียงกระทงเดียวตามมาตรา 90 แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรม และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการก็ตาม เมื่อการกระทำของจำเลยตามฟ้องทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน ศาลก็ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวตามบทมาตราที่ถูกต้องได้ ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานใช้เอกสารปลอม เห็นว่าเอกสารนั้นได้ทำขึ้นโดยเจ้าพนักงานซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ และได้ผ่านการรับรองของผู้บังคับบัญชาของข้าราชการตำรวจที่ขอกู้นั้น อันเป็นการรับรองในหน้าที่ตามลำดับชั้น เพื่อจำเลยจะได้ใช้เอกสารนั้นไปเบิกเงินจากทางราชการกรมตำรวจได้ ถือได้ว่าเป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(1)อีกด้วย แต่ศาลอุทธรณ์ได้ตัดบทมาตรา 266 นี้ออกเสียจากบทกำหนดความผิดของจำเลย ทั้งที่เวลาลงโทษศาลอุทธรณ์ก็คงลงโทษจำเลยตามมาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 266 ตามที่จำเลยยอมรับสารภาพตามฟ้องอยู่แล้ว ฉะนั้นศาลฎีกาจึงเห็นควรแก้บทกำหนดความผิดของจำเลยเสียให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,264, 265, 266, 268, 341 ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 266 อันเป็นบทหนักที่สุดแต่กระทงเดียวตามมาตรา 90 ส่วนกำหนดโทษและลดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th