ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้ามาแผ้วถางตัดฟันและเผาอาสินในที่ดินของโจทก์ที่ซื้อมาจากนายเหล็บ นพกะ แล้วจำเลยเข้าครอบครองที่ดินของโจทก์ดังกล่าว จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยโดยได้รับมรดกจากบิดามารดาและปกครองทำประโยชน์ติดต่อกันมา 20 ปีแล้วคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเป็นที่ดินมือเปล่า ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ 1ขายที่พิพาทให้แก่นายหมัด แล้วนายเหล็บบิดานายหมัดนำมาขายต่อให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 2 มิได้ลงชื่อเป็นผู้ขายในสัญญาซื้อขายด้วยต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ขายที่พิพาทเฉพาะส่วนของตนเป็นจำนวนประมาณ 4 ไร่ พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทในจำนวนเนื้อที่ 4 ไร่ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในส่วนที่ดินที่ศาลพิพากษาให้เป็นของโจทก์ ค่าเสียหายให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ครอบครองที่พิพาททั้งแปลงเนื้อที่ 10 ไร่จำเลยบุกรุกตัดฟันและเผาอาสินของโจทก์เสียหาย ขอให้บังคับเต็มตามฟ้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาททั้งแปลง

ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 ขายที่พิพาทให้แก่นายหมัดและมอบการครอบครองไปแล้ว เป็นการขายทั้งแปลงเนื้อที่ 10 ไร่ ไม่ใช่ขายเฉพาะส่วนเพราะจำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามีมีอำนาจจัดการจำหน่ายสินบริคณห์ได้โดยสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 และที่พิพาทได้มีการขายโอนการครอบครองต่อมาถึงโจทก์ จำเลยได้ตัดฟันผลอาสินของโจทก์เสียหายตามฟ้อง พิพากษาแก้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยที่ 1 ได้ขายให้แก่นายหมัด และมอบการครอบครองให้นายหมัดแล้ว นายหมัดยกให้นายเหล็บผู้เป็นบิดา นายเหล็บนำมาขายต่อและสละการครอบครองให้โจทก์ การที่สัญญาซื้อขายมีจำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามีลงชื่อเป็นผู้ขายแต่เพียงผู้เดียวนั้น หาใช่เป็นการขายเฉพาะส่วนของสามีไม่ หากเป็นการขายทั้งแปลง เพราะจำเลยที่ 1 สามีย่อมมีอำนาจจำหน่ายสินบริคณห์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 โจทก์หาจำต้องนำสืบว่าจำเลยที่ 2 รู้เห็นยินยอมด้วยไม่

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาซื้อขายไม่ได้ปิดแสตมป์ให้ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากรรับฟังไม่ได้นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่แสดงว่าจำเลยได้สละการครอบครองที่พิพาทให้ผู้ซื้อแล้วเท่านั้น เอกสารเช่นนี้ประมวลรัษฎากรหาได้กำหนดไว้ให้ปิดอากรแสตมป์แต่อย่างใดไม่จึงรับฟังได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th