ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ชนะความจำเลยแล้วนำยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้มีบุริมสิทธิในมูลค่าเช่าสังหาริมทรัพย์เหนือทรัพย์สินที่ยึดในที่เช่า โดยกล่าวว่าเดิม ฮ.ภริยาจำเลยได้เช่าที่ดินของผู้ร้องรายนี้ ระหว่างเช่าภริยาได้นำทรัพย์สิ่งของหลายอย่างเข้ามาในที่เช่า ค่าเช่าค้างตามคำพิพากษาเป็นเงิน ๕๓๐ บาท ๕๐ สตางค์ บัดนี้โจทก์ยึดทรัพย์ของจำเลยและภริยซึ่งอยู่ในที่ดินและโรงเรือนที่เช่า ผู้ร้องจึงขอรับชำระหนี้ก่อนโจทก์

ศาลชั้นต้นฟังว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับภริย แม้ภริยาจำเลยจะเป็นผู้เช่าแต่ผู้เดียว จำเลยก็อยู่ในที่รายนี้ด้วย จึงถือได้ว่าหนี้รายนี้ผูกพันสินบิรคณห์ได้ ผู้ร้องย่อมมีบุริมสิทธิในทรัพย์สินที่โจทก์ยีด จึงสั่งให้ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในมูลค่าเช่ารายนี้

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้เช่า ผู้ร้องจึงมีบุริมสิทธิฉะเพาะในส่วนสินสมรสของภริยาจำเลย จึงพิพากษาให้ผู้ร้องมีบุริมสิทธิฉะเพาะส่วนสมรสของภริยาจำเลย ๑ ใน ๓ ของทรัพย์ทั้งหมด

ผู้ร้องฎีกาว่าสามีต้องรับผิดร่วมกับภริยา บุริมสิทธิจึงครอบถึงสินสมรสของสามีด้วย แลว่าทรัพย์ส่วนของจำเลยจะไม่ต้องรับผิดก็ตาม เมื่อภริยาจำเลยมีส่วนนำเข้ามาไว้ในสถานที่เช่า ผู้ร้องก็ย่อมมีบุริมสิทธิตาม ม.๒๖๑ วรรค ๑ กับว่าศาลอุทธรณ์บังคับให้ผู้รัองเสียค่าธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์นั้นไม่ชอบ ส่วนโจทก์ฎีกาว่าภริยาจำเลยเช่าที่ดินผู้ร้อง ๓ แปลง ทรัพย์ที่ยึดอยู่ในที่ดินแปลงดียว ผู้ร้องจะอ้างบุริมสิทธิสำหรับค่าเช่าที่ดินอีก ๒ แปลงไม่ได้ แลว่าผู้ร้องจะขอบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรด้วยไม่ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ม.๒๖๐บุริมสิทธิมีอยู่เหนือทรัพย์ของผูเช่า เมื่อจำเลยไม่ได้เป็นผู้เช่า ทรัพย์ของจำเลยก็ย่อมไม่ตกอยู่ในภายใต้บุริมสิทธิแห่งการเช่า ส่วนบุริมสิทธิในมูลค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จะมีอยู่เหนือทรัพย์ของผู้อื่นได้ก็ฉะเพาะในกรณีที่ต้องด้วย ม.๒๖๑ วรรค ๒ คดีนี้ไม่ปรากฎว่าภริยาจำเลยเป็นผู้ขนทรัพย์เข้ามา ส่วนข้อที่คัดค้านเรื่องค่าธรรมเนียมแลค่าทนายเห็นว่าเป็นดุลยพินิจของศาล ไม่ใช่ปัญหากฎหมาย

ส่วนฎีกาโจทก์ เห็นว่าเมื่อปรากฎว่าการเช่ามิได้แยกจากกันต่างหากเป็นแปลง ๆ บุริมสิทธิในการเช่ารายนี้ทั้งหมดก็ย่อมมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในที่เช่าโดยไม่ต้องคำนึงว่าสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้นำเข้ามาไว้ในที่เช่าตอนใด ส่วนเรื่องค่าภาษีอากรนั้นเห็นว่าเป็นหนี้เนื่องจาการเช่าโดยตรง จึงเป็นหนี้อย่างอื่นอันเกิดจากความเกี่ยวพันในเรื่องเช่าตาม ม.๒๖๐ ผู้ร้องจึงอ้างบุริมสิทธิได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาโจทก์แลผู้ร้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th