ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างรวมจำนวน 1,086,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยขาดนัด ศาลจึงให้พิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ร่วมหุ้นกับจำเลยเปิดร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่รวม 3 ร้าน โดยโจทก์ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการร้าน แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยในการประกอบกิจการร้านอินเตอร์เน็ต มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนประกอบธุรกิจในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนเพื่อแบ่งปันผลกำไรที่ได้จากกิจการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 หาได้มีความสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้างลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 ไม่ ทั้งตามสัญญาดังกล่าวข้อ 3 ระบุว่า ในการบริหารงานของร้านอินเตอร์เน็ต โจทก์จำเลยต้องให้ความเห็นชอบร่วมกันในการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับร้าน นั้น จำเลยหาได้มีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์อันมีอำนาจบังคับบัญชาให้โจทก์ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายไม่ ข้อ 4 ระบุว่า คู่สัญญาตกลงแบ่งผลประโยชน์ในการดำเนินกิจการฝ่ายละครึ่งหนึ่งจากผลกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน โดยจำเลยจะจ่ายเงินขั้นต่ำ 35,000 บาท ต่อเดือน ให้โจทก์ภายในวันที่ 15 ของแต่ละเดือนเพื่อเป็นประกันผลกำไรตามที่ได้ตกลงกันไว้เป็นระยะเวลา 28 เดือน การปันผลกำไรงวดแรกเริ่มวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 นั้น เงินที่จำเลยต้องจ่ายให้โจทก์ตามสัญญาร่วมหุ้นมีลักษณะเป็นเงินส่วนแบ่งกำไรและประกันผลกำไรในการร่วมลงทุนระหว่างโจทก์จำเลย หาได้เป็นการจ่ายเงินค่าจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานของโจทก์ตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 หรือเป็นการจ้างแรงงานโจทก์โดยมีจำเลยเป็นนายจ้างไม่

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า สัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์จำเลยรวมการจ้างแรงงาน โดยจำเลยตกลงให้โจทก์เป็นผู้จัดการมีอำนาจบริหารจัดการร้านอินเตอร์เน็ตสองแห่ง โดยตกลงให้เงินค่าจ้างแก่โจทก์เดือนละ 40,000 บาท และ 35,000 บาท ตามลำดับ เงินดังกล่าวรวมค่าจ้างในการทำงานอยู่ด้วยไม่ว่าร้านอินเตอร์เน็ตทั้งสองแห่งจะมีผลกำไรหรือไม่ก็ตาม จึงไม่ได้มีลักษณะเป็นเงินส่วนแบ่งผลกำไรและประกันผลกำไรในการร่วมลงทุนระหว่างโจทก์จำเลยแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมเงินค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ไว้ด้วย เห็นว่า หนังสือสัญญาร่วมหุ้น ข้อ 6 ระบุว่า…หากผู้ให้สัญญาผิดสัญญาข้อ 4 ในเดือนใดก็ตาม เงินที่ค้างจ่ายนั้นจะต้องยกยอดไปเดือนถัดไปบวกดอกเบี้ย 2 % หากผู้ให้สัญญาไม่จ่ายเงินประกันผลกำไรเป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน ย่อมมีผลให้สัญญาร่วมหุ้นนี้สิ้นสุดลงทันทีและนำมาซึ่งการขายกิจการ… แสดงว่าเงินที่โจทก์อ้างว่าจะได้รับจากจำเลยในแต่ละเดือนสามารถค้างชำระติดต่อกันได้โดยฝ่ายจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยให้ และหากค้างจ่ายติดต่อกัน 3 เดือน มีผลให้สัญญาร่วมหุ้นสิ้นสุดลงทันที เงินดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการแบ่งกำไรและประกันผลกำไร และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสิ้นสุดลงของสัญญา ไม่มีลักษณะเป็นเงินค่าจ้างตามกฎหมายแต่ประการใด หากโจทก์จำเลยต้องการให้เงินดังกล่าวรวมค่าจ้างในการทำงานอยู่ด้วยก็ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ได้เสียของทั้งสองฝ่าย การที่หนังสือสัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์จำเลยระบุผลประโยชน์ไว้เพียงตามที่ปรากฏในข้อ 4 ดังกล่าวข้างต้น ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าโจทก์จำเลยเป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยได้ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ต่อศาลที่คดีอยู่ในเขตอำนาจและภายในกำหนดอายุความ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1251/2553

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th