ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า (ก) จำเลยในคดีนี้มีตำแหน่งหน้าที่ในทางการงานของเทศบาลเมืองสิงห์บุรี เป็นเทศมนตรี จำเลยได้บังอาจลักยางนอกรถยนต์ 4 เส้น ยางใน 4 เส้น วงล้อ 1 วง ราคา 5,000 บาท ของเทศบาลเมืองสิงห์บุรีซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของนายทรัพย์ภาณุทัตนายกเทศมนตรี อันให้นายแนบเฝ้าเก็บรักษาไว้ที่โรงไฟฟ้าเทศบาล โดยจำเลยใช้อุบายบอกแก่นายแนบว่าจะเอาไปซ่อม (ข) ตามความผิดของจำเลยในข้อ (ก) จำเลยมิได้มีอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายได้บังอาจใช้ตำแหน่งหน้าที่เทศมนตรีลักเอายางรถยนต์และวงล้อดังกล่าวแล้วไปขายให้บุคคลอื่น โดยจำเลยใช้อุบายในทางทุจริตว่าขายได้ราคา 3,000 บาทอันเป็นราคาต่ำและถูก ซึ่งราคายางรถยนต์ในขณะนั้นมีราคา 5,000 บาท อันการกระทำของจำเลยเป็นการหาประโยชน์กำไรมิควรได้ไว้เป็นประโยชน์ของจำเลยและผู้อื่น ซึ่งเป็นการเสียผลประโยชน์ของเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 129, 132
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 132
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามมาตรา 132 นั้น ฟ้องโจทก์กล่าวว่า ยางและวงล้อรถยนต์รายนี้อยู่ในความควบคุมดูแลของนายกเทศมนตรี ซึ่งให้นายแนบเก็บรักษา ไม่ได้กล่าวว่าจำเลยมีหน้าที่เกี่ยวแก่ของเหล่านี้แต่อย่างใดเลย ถือว่าขาดองค์สำคัญแห่งความผิดตามมาตรา 132 แต่โจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์มาด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยบังอาจเอายางรถยนต์ของเทศบาลซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของนายกเทศมนตรีไปขายโดยนายกเทศมนตรีไม่อนุญาต ถึงแม้จำเลยจะได้นำเงินที่ขายมาส่งให้ก็ตาม ก็ปรากฏว่าเงินที่จำเลยนำมาส่งนั้นต่ำกว่าราคายางเป็นอันมาก แสดงให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลย ๆ ต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

