ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทนายความและเป็นลูกจ้างของบริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด ตำแหน่งหัวหน้าแผนกกลาง จำเลยเป็นพนักงานของบริษัท จำเลยทำหนังสือร้องทุกข์ถึงประธานกรรมการบริหารท่าเรือบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยทะเลาะวิวาทกับนายหลาบ วงษ์รอฮีม มีข้อความว่า "นายพินิจซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกกลางและเป็นหัวหน้ากองของนายหลาบ เขาเรียนจบทนายความมาเจ้าค่ำ เขาสามารถปั้นพยานเท็จมาช่วยลูกน้องของเขาได้เสมอ เพราะว่านิสัยเหมือนกันค่ะ ลูกพี่ของเขา (โจทก์)พยายามปั้นสถานการณ์และพยานเท็จอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะนายพินิจนะเจ้าค่ะเป็นคนแย่ที่สุดเลยค่ะ ถ้าดื่มเบียร์เมาเข้ามาในบริษัทเขาจะด่าพวกผู้หญิงข้างล่างอย่างหยาบคาย แต่เขาฉลาดไม่ยอมเอ่ยชื่อด่าลอย ๆ แต่ท่านค่ะหยาบคายมากเลยค่ะ หยาบจนดิฉันไม่สามารถจะเขียนมาเรียนท่านได้ค่ะ ถ้านายพินิจรู้ว่าดิฉันมาร้องเรียนท่านและได้เล่าความประพฤติของเขาให้ท่านทราบดิฉันอาจถูกสั่งเก็บได้"ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332(1),(2), 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ให้ปรับจำเลย 1,000 บาท บังคับค่าปรับตามมาตรา 29, 30คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ต่าง ๆ ของโจทก์ จำเลยย่อมเข้าใจและเชื่อว่าโจทก์ช่วยเหลือนายหลาบ วงษ์รอฮีมให้พ้นผิด จำเลยย่อมมีสิทธิกล่าวพาดพิงถึงโจทก์ในคำอุทธรณ์ของจำเลยด้วยข้อความในฟ้องได้ เป็นการกล่าวโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนและส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรม ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นการพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อความที่จำเลยเขียนในอุทธรณ์ตามฟ้องเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสื่อมเสียถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม และป้องกันส่วนได้เสียของจำเลยแต่อย่างใด เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นซึ่งฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต และเป็นการกระทำด้วยความชอบธรรม อันเป็นเหตุให้ได้รับยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2497 (ที่ถูก พ.ศ. 2499) มาตรา 22 เพราะฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นการมิชอบ และเมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาดังกล่าวขึ้นมาศาลฎีกาก็พิจารณาข้อฎีกาของจำเลยต่อไปไม่ได้

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และฎีกาของจำเลย"

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th