ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้าไปในบ้านและที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่กระทำให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน35,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ก่อสร้างบ้านรุกล้ำเข้าไปในบ้านและที่ดินของโจทก์ แต่สังกะสีหลังคาบ้านของโจทก์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์รื้อกำแพง หลังคา และรางน้ำฝนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยหากโจทก์ไม่กระทำให้จำเลยรื้อโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย โจทก์ครอบครองแดนกรรมสิทธิ์ของโจทก์มา 20 ปีเศษโดยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้โจทก์รื้อหลังคาและรางน้ำฝนส่วนที่รุกล้ำที่ดินของจำเลยออกไป ถ้าโจทก์ไม่รื้อให้จำเลยเป็นผู้รื้อโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย คำขออื่นนอกจากนี้ของโจทก์ จำเลยให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนฎีกาของโจทก์ในประเด็นสุดท้ายที่ว่าฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า ในส่วนที่จำเลยฟ้องแย้งให้โจทก์รื้อกำแพง หลังคาบ้าน และรางน้ำฝนบางส่วนของโจทก์ที่สร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินและแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยนั้น ข้อโต้แย้งที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกา คงมีเฉพาะหลังคาบ้านและรางน้ำฝนบางส่วนเท่านั้น ส่วนกำแพงบ้านของโจทก์ยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นแล้วว่า มิได้รุกล้ำที่ดินของจำเลย ศาลฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยถึง ในส่วนที่เกี่ยวกับหลังคาบ้านและรางน้ำฝนบางส่วนของโจทก์ที่รุกล้ำแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์จะซื้อที่ดินพร้อมบ้านมาจากเจ้าของเดิม และโจทก์ได้ครอบครองทั้งบ้านและที่ดินมากว่า 20 ปี ดังที่โจทก์กล่าวในฎีกาก็ตามแต่การละเมิดที่หลังคาบ้านและรางน้ำฝนบางส่วนของโจทก์รุกล้ำแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงวันฟ้องและปัจจุบัน จำเลยชอบที่จะฟ้องให้โจทก์รื้อหลังคาและรางน้ำฝนส่วนที่รุกล้ำแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยได้ ฟ้องแย้งของจำเลยหาได้ขาดอายุความดังที่โจทก์ต่อสู้ไม่ ฎีกาของโจทก์ในประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า ถ้าโจทก์ไม่รื้อหลังคาและรางน้ำฝนส่วนที่รุกล้ำที่ดินของจำเลยออกไปให้จำเลยเป็นผู้รื้อโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายนั้นเป็นการไม่ชอบ จำเลยชอบที่จะขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 ทวิ"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้จำเลยรื้อหลังคาและรางน้ำฝนส่วนที่รุกล้ำที่ดินของจำเลยโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th