ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับมฤดกที่รายพิพาทจาก ม. จำเลยทั้ง ๓ อาศัยอยู่ไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่

ได้ความว่าที่ราพิพาทนี้อยู่ในเขตต์ที่มิสชั้นสามเสนตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยฐานะวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิค ร.ศ.๑๒๘ โจทก์กับจำเลยที่ ๓ เป็นพี่น้องกัน ที่รายพิพาทเดิมเป็นของตายายโจทก์ ตายายโจทก์ตายมีบุตร์ ๔ คนรวมทั้งมารดาโจทก์จำเลยที่ ๓ ด้วย มารดาโจทก์และจำเลยที่ ๓ และพี่น้องอีก ๒ คนถึงแก่ความตายกว่า ๑๐ ปีแล้วคงเหลือแต่ ม.คนเดียวเมื่อราวปี ๒๔๗๖ ม.ได้ทำพินัยกรรม์ยกที่นี้ให้โจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๓ อยู่ในที่รายนี้มาเหมือนกัน จำเลยที่ ๑ และ ๒ เป็นบุตร์เขยบุตรีจำเลยที่ ๓

ศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่พิพาทรายนี้ไม่เป็นสิทธิของ ม. แต่ผู้เดียว จึงไม่มีสิทธิทำพินัยกรรม์ยกทรัพย์สินให้ใครทั้งหมดและศาลอุทธณ์เห็นว่านอกจากโจทก์จำเลยยังมีผู้รับมฤดกคนอื่นอีก ทั้งโจทก์ก็มิได้ดำเนินคดีทางขอแบ่งมฤดก จึงให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาตัดสินว่าโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ในฐานผู้รับมฤดกตามพินัยกรรมของ ม. แต่หาได้สืบว่า ม.เป้นผู้ถือกรรมสิทธิในที่รายนี้แต่ผู้เดียวไม่ ตรงกันข้ามต้องถือว่าปรากฎว่ามีบุตร์หลานของตายายโจทก์จำเลยอีกหลายคนถือกรรมสิทธิในที่พิพาทนั้นร่วมด้วยอีก โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินรายพิพาทในฐานเป็นผู้รับมฤดกตามพินัยกรรม์ของ ม. จึงพิพากษายืนตาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th