ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสามถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพ

จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ทั้งห้ามิใช่ผู้มีสัญชาติไทย จำเลยทั้งสามมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันถอนชื่อโจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕

โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๕ และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ที่ ๔ และที่ ๕ เป็นผู้มีสัญชาติไทยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันถอนชื่อโจทก์ที่ ๔ และที่ ๕ ออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์ที่ ๑๒ เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยในขณะที่เกิดบิดาและมารดาของโจทก์ที่ ๑ เป็นคนต่างด้าวผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โจทก์ที่ ๑ อยู่กินกับนายฮึง เหงียน คนสัญชาติญวน ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มีบุตรด้วยกันคือโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่าโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือไม่ เห็นว่าในขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ใช้บังคตับ ตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๕ให้เพิ่มมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งมาตรา ๗ ทวิ วรรคหนึ่งบัญญีติว่า"ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็น (๑)…(๓)ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง" และมาตรา๗ ทวิ วรรคสามบัญญัติว่า "ให้ถือว่าผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง เว้นแต่จะมีการสั่งเป็นอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น" และพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๑๑ บัญญัติว่า "บทบัญญัติมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับแก่ผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย…"ดังนั้น โจทก์ที่ ๑ ซึ่งในขณะเกิดบิดาตามความเป็นจริงและมารดาเป็นคนต่างด้าวผู้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามบทบัญญัติกฎหมายข้างต้นในขณะที่โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ เกิด บิดาตามความเป็นจริงเป็นคนต่างด้าวผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและมารดาคือโจทก์ที่ ๑เป็นคนต่างด้าวผู้ถูกถือว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แม้โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ เกิดในราชอาณาจักรไทยก็ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามบทบัญญัติกฎหมายข้างต้นเช่นกัน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th