ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2514 จำเลยได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 14407 เพื่อค้ำประกันเงินที่กู้โจทก์ไป 500,000 บาท กำหนดไถ่ถอน 1 ปี ต่อมาจำเลยขอใส่ชื่อบุคคลอื่นอีก 4 คนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดดังกล่าวเฉพาะส่วนและจำเลยได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็น 26 โฉนด ทุกโฉนดคงติดจำนองโจทก์อยู่ ต่อมาจำเลยได้แบ่งไถ่ถอนจำนองไปบางโฉนด และโจทก์ได้ปลดจำนองให้บางโฉนดยังคงเหลือที่ดินที่ยังคงติดจำนองโจทก์อีก 7 โฉนด และจำเลยยังค้างต้นเงินจำนองอีก210,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอีกเลย โจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองจำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 14407 กับโจทก์เป็นเงิน 500,000 บาทจริง แต่โจทก์หักค่าปากถุง คิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายและให้จำเลยทดรองจ่ายภาษี จำเลยได้รับเงินไปจริงเพียง433,750 บาท หลังจากนั้นจำเลยได้ไถ่ถอนจำนองและโจทก์ได้ปลดจำนองให้เป็นระยะ ๆ การชำระเงินของจำเลยเพื่อไถ่ถอนจำนองและเพื่อให้โจทก์ปลดจำนองให้มีหลักฐานใบเสร็จรับเงินเช็คเงินสด หลักฐานการไถ่ถอนและปลอดจำนวนหลักหุ้นทางบัญชี เนื่องจากโจทก์ไม่ได้คิดบัญชีกับจำเลยจึงเป็นเหตุให้จำเลยหลงผิดชำระเงินให้โจทก์เกินไป จำเลยมิได้เป็นหนี้จำนองโจทก์ จำเลยแจ้งให้โจทก์จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองให้จำเลยและให้คืนเงินที่จำเลยชำระเกินพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน271,898.84 บาท แต่โจทก์เพิกเฉย จึงฟ้องแย้งขอให้ศาลบังคับและให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่เคยรับเงินปากถุง ไม่ได้คิดดอกเบี้ยเกินอัตรา ส่วนค่าภาษีโจทก์ให้จำเลยจ่ายแทน โจทก์มอบเงินต้นให้จำเลยรับไปครบถ้วน จำเลยไม่เคยชำระเงินเกินให้โจทก์ ทั้งจำเลยยังยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมชำระ จำเลยนำหนี้รายอื่นมาพัวพันทำให้หลงผิด ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยชำระต้นเงินจำนองเกินไป 197,000 บาท ชำระดอกเบี้ยเกินไป 13,579.09 บาท รวมเป็นเงิน210,579.09 บาท โจทก์ต้องคืนให้จำเลยฐานลาภมิควรได้ พิพากษาให้โจทก์ชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามเอกสารหมาย ล.15 ซึ่งจำเลยไถ่ถอนจำนองครั้งสุดท้าย ระบุว่าหนี้จำนองตามสัญญาเดิมยังเหลืออยู่ 210,000บาท จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระเงินจำนองส่วนที่เหลือให้โจทก์แล้ว ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94วรรคแรก พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 367,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ยกฟ้องแย้ง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย ล.15 ซึ่งมีข้อความว่า"ที่ดินโฉนดที่ ฯลฯ ยังคงจำนองอยู่ตามสัญญาเดิมและยังคงเหลือเงิน210,000 บาท" เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าที่ดินโฉนดใดยังติดจำนองอยู่และหนี้จำนองเหลืออยู่เท่าใดเท่านั้น การนำสืบถึงการชำระหนี้จำนองหาใช่เป็นการนำสืบแก้ไขเอกสารหมาย ล.15 ไม่ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 แต่การนำสืบถึงการชำระหนี้จำนองซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองอนึ่งการชำระหนี้เงินกู้ด้วยเช็คนั้นเป็นการชำระหนี้ด้วยการออกตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสาม จึงเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นซึ่งมิใช่การชำระหนี้ด้วยเงิน จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง ศาลย่อมรับฟังบุคคลที่จำเลยนำสืบในเรื่องการชำระหนี้ได้ ส่วนการชำระดอกเบี้ยไม่อยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองจำเลยจึงอาจนำสืบพยานบุคคลได้ ศาลฎีกาได้พิจารณาพยานหลักฐานของจำเลยเกี่ยวกับชำระหนี้จำนองและดอกเบี้ยแล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th