ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงโดยกล่าวข้อความอันเป็นเท็จแก่ผู้เสียหายว่า จำเลยมีอาชีพค้าขาย ประสงค์จะซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อนำไปขาย ขอให้ผู้เสียหายนำเสื้อผ้าสำเร็จรูปมามอบให้จำเลยกับพวกก่อนแล้วจำเลยกับพวกจะชำระราคาภายหลัง ซึ่งเป็นความเท็จ ผู้เสียหายหลงเชื่อได้ส่งมอบเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้แก่จำเลยกับพวกและในวันเดียวกันจำเลยกับพวกร่วมกันออกเช็คให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าที่หลอกลวงไปนั้น แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้จำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 3 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 3การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย

โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด 2 กรรม ขอให้เรียงกระทงลงโทษ

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เช็คที่จำเลยออกให้ผู้เสียหายไม่มีมูลหนี้ เพราะจำเลยไม่มีเจตนาทำสัญญาซื้อขายกับผู้เสียหายจริง ๆ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พิพากษาแก้ว่าให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 3นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามฟ้องและเรียงกระทงลงโทษทุกกรรม

ศาลฎีกาวินิจฉัยวา คำฟ้องตอนแรกบรรยายการกระทำความผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และคำฟ้องตอนหลังบรรยายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ซึ่งการบรรยายฟ้องตอนท้ายกล่าวชัดว่า เช็คที่จำเลยออกให้ก็เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าที่หลอกลวงไปจากผู้เสียหายการกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 อีกด้วยและเมื่อพิเคราะห์คำฟ้องตอนแรกและตอนท้ายประกอบกันแล้ว เห็นว่าที่จำเลยเขียนเช็คมอบให้แก่ผู้เสียหายย่อมกระทำในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกับเวลาที่รับสินค้าไปจากผู้เสียหาย โดยมีเจตนาอย่างเดียวคือให้ได้สินค้าตามที่ต้องการจากผู้เสียหายการออกเช็คเป็นเพียงการกระทำส่วนหนึ่งของการหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท สมควรที่จำเลยจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนัดที่สุดเพียงบทเดียวดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คมาตรา 3 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th