ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.จ.02547 ซึ่งนำเข้าเป็รถร่วมกับจำเลยที่ 2 เพื่อประกอบกิจการขนส่งจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว นายเล็กลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสองด้วยความประมาทเลินเล่อ ไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร ขับด้วยความเร็วสูงตัดหน้าขบวนรถไฟของโจทก์ในระยะกระชั้นชิดเป็นเหตุให้เกิดการชนกันขึ้น ทำให้รถดีเซลรางของโจทก์เสียหายต้องซ่อมเป็นเงิน 68,449.99 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า นายเล็กไม่ใช่ลูกจ้างและไม่ได้ปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของพนักงานขับรถไฟของโจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.จ.02547 ไว้จากจำเลยที่ 2 ค่าซ่อมแซมรถโจทก์อย่างสูงไม่เกิน 10,000 บาท ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 68,449.99 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2519 อันเป็นวันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ

จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ในเรื่องค่าแรงงานว่าโจทก์ใช้พนักงานของโจทก์เป็นผู้ทำการซ่อม แม้ไม่เกิดเหตุต้องซ่อมรถในคดีนี้โจทก์ก็ต้องจ่ายให้พนักงานเป็นประจำอยู่แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าแรงงาน แต่จำเลยที่ 3 กลับฎีกาว่ารถไฟคันเกิดเหตุใกล้จะถึงเวลาซ่อมบำรุง เมื่อเกิดเหตุก็ซ่อมบำรุงเรียบร้อยแล้ว โจทก์ไม่ควรได้รับค่าแรงเต็มจำนวนควรได้รับอย่างมากไม่เกิน 8,000 บาท เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ 3 ในฎีกาไม่ได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ส่วนค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานหรือโอเวอร์เฮดชาร์จร้อยละ 140ของค่าแรงและการคิดค่าควบคุมเพิ่มขึ้นจากราคาทุนร้อยละ 20 จำเลยที่ 3ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับ ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานหรือโอเวอร์ชาร์จพอจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าซ่อม เมื่อรวมค่าเสียหายส่วนนี้ทั้งหมดแล้วเห็นควรกำหนดให้จำเลยที่ 3 ชดใช้ให้โจทก์เป็นเงิน10,000 บาท ส่วนค่าควบคุมเพิ่มขึ้นจากราคาทุนนั้นเป็นระเบียบภายในของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 3 ไม่ทราบระเบียบนี้และไม่ได้ตกลงให้โจทก์ซ่อมโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ 3 ชดใช้เงินจำนวนนี้เพราะเป็นค่าควบคุมที่คิดเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษนอกไปจากค่าควบคุมธรรมดาซึ่งรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานหรือโอเวอร์เฮดชาร์จลำดับที่ 5 แล้ว เงิน 2 จำนวนนี้เป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้จำเลยที่ 1 รับผิดเท่ากับจำเลยที่ 3 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1), 247

พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินรวม 41,416.90 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2519 จนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th