ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนักโทษต้องคุมขังตามอำนาจของศาล ได้บังอาจหลบหนีไปจากที่คุมขังเรือนจำ ก่อนคดีนี้ จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 5 ปี 6 เดือน ฐานปล้นทรัพย์ และยังต้องรับโทษอยู่ ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190, 92

จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนข้อต้องคำพิพากษาให้ลงโทษนั้นรับ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยป่วยเป็นโรคประสาทอย่างแรง ได้รับอนุญาตจากพัศดีเรือนจำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนอกเรือนจำ โดยมีผู้คุมเรือนจำคุมไปด้วย ตำรวจจับจำเลยขณะขี่รถจักรยานมุ่งหน้ามาทางเรือนจำ โดยไม่มีผู้คุมอยู่ในขณะนั้นจึงฟังว่าจำเลยไม่ได้หลบหนี ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 นั้น จำเลยจะต้องมีเจตนาหลบหนีด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยเจตนาหลบหนี แม้ในขณะจับกุมจะไม่มีผู้คุมควบคุมตัวจำเลยอยู่ ก็ยังเอาผิดกับจำเลยตามฟ้องไม่ได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th