ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของเรือประมง ได้รับแจ้งค่าวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อันเกิดจากการละเมิดน่านน้ำของต่างประเทศที่ให้จำเลยรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อันเกิดจากการที่เรือประมงลำดังกล่าวละเมิดน่านน้ำประเทศเวียตนาม ซึ่งทางราชการได้ทดรองจ่ายไปภายในกำหนดเวลา 30 วัน แล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยภายในกำหนดเวลา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 28 ทวิ, 64 ทวิ,พระราชบัญญัติ การประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 6, 12

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 มาตรา 28 ทวิ, 64 ทวิ ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปีไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน

จำเลย อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

จำเลย ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามข้อฎีกาของจำเลยเป็นประการแรกว่า บทกฎหมายที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยคดีนี้ยกเลิกไปแล้วหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ซึ่งได้เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองของประเทศและได้ออกประกาศ ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์2534 มีผลทำให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521สิ้นผลลงก็ตาม แต่ก็มิได้มีประกาศของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับใดยกเลิกบทกฎหมายดังกล่าว บทกฎหมายนั้นจึงยังมีผลบังคับอยู่ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

สำหรับฎีกาประการต่อไปของจำเลยที่พอสรุปได้ว่า การที่บทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในฟ้องให้ใช้อำนาจของฝ่ายบริหารตั้งคณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆอันเกิดจากการละเมิดน่านน้ำของต่างประเทศ จึงเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริการในการตั้งศาล อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้นเห็นว่า คณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ฯ เพียงแต่ได้ทำการรวบรวมและคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งทางรัฐบาลได้เสียไปอันเกิดจากการละเมิดน่านน้ำของต่างประเทศของจำเลย ผู้เป็นเจ้าของเรือ ซึ่งใช้หรือยอมให้ใช้เรือของตนกระทำการละเมิดดังกล่าว และแจ้งให้จำเลยปฏิบัติตามคำวินิจฉัยภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490มาตรา 28 ทวิ เท่านั้น มิได้กระทำการพิจารณาวินิจฉัยอรรถคดีเช่นเดียวกับศาลยุติธรรมแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษตาม มาตรา 64 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวการกระทำของคณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ฯ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว หาขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญไม่ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน

ส่วนฎีกาของจำเลยอีกประการหนึ่งที่กล่าวพอสรุปได้ว่า คำสั่งของคณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ฯขัดต่อหลักกฎหมายและขาดข้อเท็จจริงสนับสนุนเพียงพอนั้นแม้จำเลยจะอ้างว่า ขัดต่อหลักกฎหมายทำให้ดูประหนึ่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลฎีกา เห็นว่าเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาในปัญหาข้อนี้ของจำเลยด้วย ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th