ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 6,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 19,724 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 25,320 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุว่า ตกลงจ่ายค่าจ้างจำนวนเงิน 22,000 บาท และสวัสดิการ ค่าเช่าบ้านเดือนละ 1,000 บาท ค่าเดินทางเดือนละ 1,000 บาท ประกันชีวิตทุนประกัน 200,000 บาท เมื่อผ่านการทดลองงานบริษัทจะบรรจุให้เป็นพนักงานประจำ โดยมีสวัสดิการเบี้ยขยันให้ตามหลักเกณฑ์ ซึ่งก็สอดคล้องกับประกาศรับสมัครที่โจทก์ประกาศรับสมัครตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการโดยระบุไว้ว่า มีสวัสดิการ เช่น ค่าเช่าบ้าน หอพักบริษัท รถรับส่งพนักงาน ค่าอาหาร ฯลฯ และได้ความจากนายภาสกร ผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานของจำเลยว่า สวัสดิการของลูกจ้างมีรถรับส่ง ค่าอาหาร และบ้านพักพนักงาน ในกรณีของโจทก์ไม่ต้องการบ้านพักก็จะช่วยเหลือเป็นค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท บ้านพักที่บริษัทจัดให้พนักงานพักอาศัยมี 80 ห้อง สำหรับพนักงานทั่วไปที่ไม่มีบ้านพักจะได้ค่าเช่าเดือนละ 500 บาท แต่ผู้บริหารจะได้เดือนละ 1,000 บาท ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า การตกลงจ่ายเงินดังกล่าวกันตามสัญญาจ้างของโจทก์กับจำเลยมีเจตนามาตั้งแต่แรกที่จะให้เป็นสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือพนักงานนอกเหนือจากค่าจ้างที่กำหนดไว้เป็นเงินเดือน แม้ค่าเช่าบ้าน และค่าพาหนะจำเลยจะจ่ายให้โจทก์เป็นประจำทุกเดือน โดยไม่มีเงื่อนไขว่าต้องนำเอกสารหรือหลักฐานมาเบิกจ่าย ก็เป็นเพียงวิธีการจ่ายเงินในลักษณะเหมาจ่ายเพื่อความสะดวกในทางปฏิบัติ และมิได้แสดงว่าคู่สัญญาจะเปลี่ยนเจตนาให้สวัสดิการนั้นกลายเป็นค่าจ้าง ทั้งมิใช่กรณีที่นายจ้างมีเจตนาหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าจ้างโดยฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด ที่ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยมาชอบแล้ว

หลังจากโจทก์ทำงานครบปีจำเลยมีการประเมินผลการทำงานของโจทก์ที่ผ่านมาโดยรวมแล้ว ยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงเรียกโจทก์ไปคุยกับประธานกรรมการบริษัทจำเลย และให้โอกาสโจทก์ปรับปรุงตนเอง เมื่อครบกำหนดมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอีกก็ยังไม่ดีขึ้น โดยมีการประเมินผลถึง 4 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดตามคำเบิกความของนายภาสกร ผู้จัดการโรงงานผู้บังคับบัญชาของโจทก์ แสดงให้เห็นว่า ในการดูแลความปลอดภัยในโรงงานและประสานงานกับบริษัทลูกค้าของจำเลย การดูแลโรงอาหาร ร้านค้า การควบคุมดูแลรถรับส่งพนักงาน การประเมิน การลาออก การขาดงาน ลางาน มาสายของพนักงาน มีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์ ในกรณีที่โจทก์ต้องประเมิน วิเคราะห์งานก็ไม่จัดทำแผนการประเมินและวิเคราะห์ หรือมีการทำก็ไม่สมบูรณ์ จึงสรุปผลว่าโจทก์ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลการทำงาน และเลิกจ้างโจทก์ เห็นว่า กรณีนี้ จำเลยใช้สิทธิเลิกสัญญาจ้างเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบได้ หรืออาจกล่าวว่าโจทก์ขาดสมรรถภาพที่จะทำงานและรับผิดชอบในตำแหน่งที่ได้รับการว่าจ้างก็น่าจะไม่ผิด มิใช่เป็นเรื่องการลงโทษเพราะโจทก์กระทำผิดทางวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวประกอบข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค 2 ฟังว่า จำเลยมิได้กลั่นแกล้งโจทก์ กรณีจึงมีเหตุผลเพียงพอและสมควรที่จำเลยจะเลิกสัญญาจ้างโจทก์ได้ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522

ศาลแรงงานภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่า วันที่ 26 และวันที่ 28 พฤษภาคม วันที่ 28 มิถุนายน และวันที่ 2 กรกฎาคม 2550 โจทก์ไม่ได้ไปทำงานเนื่องจากลาป่วยและลากิจ แต่โจทก์กลับทำบันทึกรายงานการตรวจงานโรงอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ พร้อมกับแสดงข้อสังเกต แสดงว่าโจทก์รายงานเท็จ เมื่อได้ความว่ามีการกระทำเช่นนั้นในงานหลักซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของโจทก์ ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ทำให้จำเลยนายจ้างมีสิทธิที่จะให้โจทก์ลูกจ้างออกจากงานได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ที่ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยมาจึงชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.242/2551

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th