ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งความแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประเวศน์ว่ามีคนร้ายลักเงิน 15,000 บาท และแหวนเพชร 1 วง สร้อยคอหนัก 3 บาท ของจำเลย และว่าโจทก์เป็นคนร้ายรายนี้ ต่อมาจำเลยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบางมดไปค้นบ้านเลขที่ 67/6 แขวงจอมทอง เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พบเงิน 4,000 บาท ของนางสาวบุญชื่น จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าเป็นเงินของจำเลยที่หายไปและโจทก์เป็นผู้ลักเอาไป ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงเงิน 4,000 บาทเป็นของนางสาวบุญชื่นด้วยการให้การอันเป็นเท็จของจำเลย พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวโจทก์ไว้ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์อันเป็นการแจ้งเพื่อแกล้งให้โจทก์ต้องได้รับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่า ฟ้องโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยให้การในวันเดียวกับวันนัดสืบพยานโจทก์ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน 7 วันนับแต่วันออกหมาย การส่งหมายหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 26 มกราคม 2524 ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกในวันที่ 11 ธันวาคม 2523

ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2524 โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์เพิ่งมานำหมายทำให้ระยะเวลาในการส่งหมายให้จำเลยทราบนัดไม่เพียงพอขอให้ศาลสั่งเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ออกไปเป็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์2524 ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ไม่นำส่งหมายภายใน 7 วันตามที่ศาลสั่งถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเป็นการทิ้งฟ้อง จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกจำเลยมาดำเนินคดีต่อไป

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ไม่จัดการนำส่งหมายเรียกให้แก่จำเลยภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันออกหมายตามที่ศาลชั้นต้นสั่ง แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของโจทก์ ซึ่งต่อมาโจทก์ก็ได้ยื่นคำร้องว่าจะนำส่งหมายเรียกให้จำเลย ขอเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์เพื่อให้ระยะเวลาการส่งหมายเรียกให้จำเลยเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแสดงว่าโจทก์ยังติดใจดำเนินคดีต่อไป ในกรณีที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 132 นั้น มิได้บังคับเด็ดขาดว่าต้องจำหน่ายคดีเป็นแต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจ พฤติการณ์ในกรณีนี้ยังไม่สมควรที่จะจำหน่ายคดีของโจทก์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th