ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 และคืนของกลางทั้งหมดให้กรมตำรวจเจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้จำคุก 12 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3ตามมาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี คืนของกลางทั้งหมดให้กรมตำรวจเจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2532 เวลาประมาณ 22 นาฬิกาสิบตำรวจเอกทองม้วน ตันยงค์ สิบตำรวจโทประดิษฐ์ เพาะบุญสิบตำรวจตรีระยะ กลิ่นบุปผา พลตำรวจแสลง แก้วเบี้ย และจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขับรถยนต์กระบะติดตามรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งผู้เสียหายที่ 2 เป็นคนขับ โดยมีผู้เสียหายที่ 1 นั่งซ้อนท้ายเพราะสงสัยว่าผู้เสียหายทั้งสองมีสิ่งของผิดกฎหมาย แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม.16) ยิงไปที่รถจักรยานยนต์นั้นหลายนัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 1 ที่หลังระดับเอวข้างซ้ายที่เท้าขวานิ้วหัวแม่เท้าขาด กระดูกฝ่าเท้าหัก ผิวหนังและเนื้อบริเวณข้อเท้าหลุด และที่เท้าซ้ายผิวหนังและเนื้อบริเวณข้อเท้าหลุดเป็นแผลใหญ่กระดูกเท้าบางส่วนหลุดหาย กับถูกผู้เสียหายที่ 2ที่ส้นเท้าขวาเป็นแผลลึกถึงกระดูก เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายสาหัส คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสองหรือไม่ ในปัญหานี้ได้ความจากคำเบิกความของสิบตำรวจตรีระยะ กลิ่นบุปผาและพลตำรวจแสลง แก้วเบี้ย พยานโจทก์ว่า ขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม.16) ยิงไปที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 นั้นทางขรุขระ ขวดน้ำ ขวดกาแฟและแก้วที่เก็บไว้ในรถยนต์กระบะร่วงหล่น ซึ่งจำเลยเองก็เบิกความรับว่าขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปเช่นนั้นถนนที่รถยนต์กระบะแล่นไปเป็นทางลูกรังแคบขรุขระ การที่จำเลยซึ่งอยู่บนรถยนต์กระบะที่กำลังขับไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ที่มีผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้ขับและผู้เสียหายที่ 1 นั่งซ้อนท้ายไปตามถนนซึ่งเป็นทางลูกรังแคบและขรุขระใช้อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม.16)ยิงไปที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทั้งสองหลายนัดนั้น แม้จำเลยเจตนายิงยางรถจักรยานยนต์เพื่อให้รถจักรยานยนต์ล้ม แต่จำเลยก็ย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนที่จำเลยยิงไปนั้นอาจถูกผู้เสียหายทั้งสองได้ อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม.16) เป็นอาวุธร้ายแรง การที่จำเลยใช้อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม.16) ยิงไปในลักษณะเช่นนั้น จำเลยจึงย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า กระสุนปืนที่จำเลยยิงไปอาจถูกผู้เสียหายทั้งสองที่บริเวณอวัยวะสำคัญ ทำให้ผู้เสียหายทั้งสองถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th