ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ (ล้วงกระเป๋า)ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 337 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่า 6 เดือน ฐานลักทรัพย์มาก่อนแล้วรวม 3 ครั้ง ขอให้ลงโทษเพิ่มโทษ และกักกันจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41, 93 จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้วตามฟ้องจริง ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายล้วงกระเป๋าตามโจทก์ฟ้องจริงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ให้จำคุก8 เดือน จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกไม่ต่ำกว่า6 เดือน มากระทำผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกันภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 1 ปี และจำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ในความผิดประเภทเดียวกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41(8) มาแล้วถึง 3 ครั้ง และมากระทำผิดในคดีนี้อีกอันเป็นประเภทเดียวกัน กรณีถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 เมื่อพ้นโทษจำคุกแล้วให้ส่งตัวจำเลยไปกักกัน 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อกฎหมายเฉพาะข้อที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้กักกันจำเลยว่าก่อนคดีนี้จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เกิน 6 เดือน มาแล้ว 3 ครั้ง พ้นโทษคดีสุดท้ายมาจนถึงวันกระทำผิดคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปี จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะกักกันจำเลยได้ อีกประการหนึ่ง ความผิดก่อน พ.ศ. 2500 ของจำเลยได้รับการล้างมลทินไปแล้ว จะพิพากษาให้กักกันจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประวัติอาชญากรท้ายฟ้อง จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษและพ้นโทษภายหลังวันที่ 13 พฤษภาคม 2500ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษพ.ศ. 2499 ใช้บังคับเพียงคดีเดียว คือ คดีหมายเลขแดงที่ 636/2509ของศาลจังหวัดสงขลา ฐานลักทรัพย์ ให้จำคุก 9 เดือน พ้นโทษเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2509 ส่วนคดีก่อนนอกนั้นจำเลยพ้นโทษไปก่อนวันใช้พระราชบัญญัติล้างมลทินทั้งสิ้น แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยย่อมได้รับการล้างมลทินไปหมดแล้วตามมาตรา 3 ที่ให้ถือว่าจำเลยมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดมาก่อนเลย จะถือว่าจำเลยเคยถูกคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองครั้งไม่ได้ เพราะไม่ครบเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 41 ศาลจึงไม่มีอำนาจพิพากษาให้กักกันจำเลย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะว่า เมื่อจำเลยพ้นโทษแล้วไม่ต้องส่งจำเลยไปกักกัน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th