ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาสืบพยานจำเลย จำเลยขอถอนคำให้การเดิมขอให้การใหม่ว่ารับสารภาพตามฟ้อง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การรับสารภาพนั้นเป็นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิจะให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี ขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยและพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำผิดตามฟ้อง แต่ขอเวลาเพื่อหาเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เพื่อให้โจทก์ถอนฟ้องเป็นคำรับสารภาพด้วยความสมัครใจของจำเลย มิได้เกิดขึ้นด้วยความสำคัญผิดของจำเลยแต่ประการใด เหตุที่จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัดเพื่อฟังคำพิพากษา ก็เนื่องจากจำเลยยังหาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่สามารถจะหาเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ได้ จำเลยจึงยื่นคำร้องขอแก้คำให้การที่รับสารภาพเป็นให้การปฏิเสธและขอสืบพยานจำเลยต่อไปเห็นได้ว่าจำเลยขอแก้คำให้การเพื่อประวิงคดีเพื่อมิให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีจึงไม่มีเหตุสมควรจะอนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การนั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


