ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเข้าหุ้นส่วนร่วมกันประกอบกิจการโรงพิมพ์เฉลิมชาญการพิมพ์ จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คจำนวน 2 ฉบับฉบับแรกจำนวนเงิน 1,200,000 บาท ฉบับที่สองจำนวนเงิน 340,000 บาท ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2529 ทั้งสองฉบับ เพื่อชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์ที่จำเลยที่ 1 กู้ยืมจากโจทก์ไปใช้ในกิจการของโรงพิมพ์เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายเช็คและจำเลยที่ 2 ผู้เป็นหุ้นส่วน ร่วมกันรับผิดชดใช้เงินตามเช็คแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยเข้าหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 ประกอบกิจการโรงพิมพ์ โรงพิมพ์เฉลิมชาญการพิมพ์เป็นของจำเลยที่ 2 เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 ไม่เคยรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1ไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์มาใช้ในกิจการโรงพิมพ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,540,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินตามเช็คพิพาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1กู้ยืมเงินโจทก์ไปใช้ในกิจการของโรงพิมพ์เฉลิมชาญการพิมพ์จำเลยที่ 1 ออกเช็คสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์มิได้บรรยายถึงว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดกับเช็คพิพาททั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่า เช็คพิพาทจำเลยที่ 2 มิได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้สั่งจ่ายหรือฐานะอื่นใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเช็คพิพาท จึงไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 จำเลยที่ 2จึงไม่ต้องรับผิดแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหุ้นส่วนอันเป็นการแสดงว่าจำเลยที่ 2เป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ในมูลหนี้เดิมซึ่งเป็นหนี้กู้ยืมเงินแต่โจทก์ก็ไม่ได้ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินจึงบังคับจำเลยที่ 2 ตามคำฟ้องไม่ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ดังวินิจฉัยแล้วจำเลยที่ 1 ที่ 2 จะเป็นหุ้นส่วนกันหรือไม่ก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันจะได้รับวินิจฉัยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th