ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป 16,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ15 ต่อปีตามสำเนาสัญญากู้เงินท้ายฟ้อง จำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์โจทก์ทวงถามแล้วไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 6,000 บาท ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ยึดถือไว้ โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน ข้อความตามสัญญากู้เงินที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์กรอกเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ลงวันที่กู้ยืมผิดจากวันกู้จริง โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยยินยอมด้วย เป็นการปลอมสัญญากู้ โจทก์ไม่อาจนำสัญญาปลอมมาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 6,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.1 เดิมเป็นแบบพิมพ์สัญญากู้เงินเมื่อจำเลยเขียนเลข "6,000" ในช่องจำนวนเงินที่กู้ยืม และเซ็นชื่อในช่องผู้กู้ยืมเงินก็ได้ความว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินของผู้อื่นไป 6,000 บาท ถือได้ว่ามีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดแล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะลงวันที่กู้ยืมผิดไปจากวันกู้ที่แท้จริงและเพิ่มเติมจำนวนเงินกู้ให้สูงขึ้น โดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมซึ่งทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม แต่การกระทำของโจทก์ดังกล่าวก็ไม่ทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมที่จำเลยทำไว้เดิมและสมบูรณ์อยู่แล้วเสียไป จำเลยจึงต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th