ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ขอถอนคืนการให้ที่ดินแก่จำเลยให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินคืนแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์ ไม่เคยใช้คำพูกตามที่โจทก์กล่าวให้ฟ้อง โจทก์ไม่ใช่ผู้ยากไร้เพราะยังมีที่ดินอีกหลายไร่และยังมีเงินฝากในธนาคารด้วย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปทำนิติกรรมจดทะเบียนสิทธิโอนที่ดินคืนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า ถ้อยคำที่จำเลยด่าว่าโจทก์ว่า "อีหัวอ่อนมึงทำไปเถอะเดี๋ยวมึงก็ตาย มึงขโมยวัดที่ดินกู กูจะสู้มึง ถึงไม่ได้สักหน่อยกูก็จะเอา กูไม่นับถือมึงหรอก"นั้น จะถือว่าทำให้ผู้ให้คือโจทก์เสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยใช้คำพูดขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ซึ่งเป็นมารดาของตนเองแสดงว่าสิ้นความเคารพนับถือยำเกรงอยู่แล้ว ทั้งยังกล่าวถ้อยคำหาว่าโจทก์ขโมยวัดที่ดินของจำเลยถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นและหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงทำให้ผู้ได้ยินเสื่อมเสียความเคารพนับถือโจทก์ เป็นการทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง กรณีจึงเป็นการประพฤติเนรคุณ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2)
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

