ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2514 เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าในปี พ.ศ. 2506 จากโจทก์ โจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์และแจ้งคำวินิจฉัยมายังโจทก์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2519 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขาดอายุความ

จำเลยให้การว่า โจทก์ยื่นรายการเสียภาษีการค้าขาดไป การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว สิทธิเรียกร้องของกรมสรรพากรไม่ขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ไม่นำคดีมาฟ้อง ขอให้มีการบังคับชำระหนี้ค่าภาษีตามสิทธิเรียกร้อง ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยพ้นกำหนด10 ปีแล้ว สิทธิเรียกร้องให้โจทก์ชำระหนี้ค่าภาษีการค้ารายนี้จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 167 ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ปัญหาข้อนี้แล้ว เห็นว่าในเรื่องภาษีการค้า ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 84, 85 บัญญัติให้ผู้ประกอบการค้าต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้า และชำระภาษีการค้าเป็นรายเดือน โดยนำเงินค่าภาษีการค้าไปชำระพร้อมกับยื่นแบบแสดงรายการการค้าเงินได้พึงประเมินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปซึ่งถือได้ว่ามูลหนี้ค่าภาษีการค้าได้เกิดขึ้นแล้วทุกเดือนภาษีที่โจทก์มีรายรับโดยถือเอาวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเป็นวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ภาษีของเดือนนั้น ๆ สำหรับกรณีของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าหนี้ค่าภาษีการค้าที่ขาดไปนั้น ได้ถึงกำหนดชำระแล้วตั้งแต่วันที่โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร คือภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2506 และทุก ๆ วันที่ 15 ของแต่ละเดือนถัดไปจากเดือนที่โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้านั้น ๆ และเจ้าพนักงานประเมินมีสิทธิเรียกร้องหนี้ค่าภาษีการค้า นับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดชำระเป็นต้นไป คือเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2506 และทุก ๆ วันที่ 16 ของเดือนนั้น ๆ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินภาษีการค้าที่ขาดให้โจทก์นำเงินไปชำระ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 86 ทวิ หากโจทก์ไม่นำเงินไปชำระตามประมวลรัษฎากรมาตรา 12 ได้ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอสั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรได้โดยไม่จำเป็นต้องฟ้อง การให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภออันเกี่ยวกับภาษีอากรดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจเจ้าหนี้ คือกรมสรรพากรที่จะดำเนินการบังคับเอากับทรัพย์สินของผู้ค้างชำระค่าภาษีโดยมิต้องนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลเช่นกรณีเจ้าหนี้อื่น ๆ คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินภาษีการค้าให้โจทก์นำเงินไปชำระเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2514 ตามเอกสารหมาย จ.1 โจทก์ทราบการแจ้งประเมินเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2514 ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้สิทธิเรียกร้องบังคับให้ชำระหนี้ค่าภาษีที่ค้างแล้วภายในกำหนดเวลา 10 ปี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 88 ทวิ (2) ซึ่งมีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีเพื่อให้ชำระหนี้ตามที่เรียกร้องอันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 และต่อมาโจทก์ได้อุทธรณ์การประเมินตลอดจนนำคดีนี้มาฟ้องสืบเนื่องกันมา จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดอยู่ตามนัยแห่งมาตรา 175 สิทธิเรียกร้องหนี้ค่าภาษีอากรรายนี้จึงไม่ขาดอายุความ คำพิพากษาฎีกาที่ 1401 - 1402/2515 ที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ คดีดังกล่าวเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินเมื่อพ้นกำหนด 10 ปีแล้วนับแต่วันที่กรมสรรพากรอาจใช้สิทธิเรียกร้องได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th