ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนางรวยเป็นสามีภริยากันมา 30 ปีแล้ว เมื่อ 20 ปีมานี้ อ.กับ พ.ได้ยกที่นาพิพาทมีโฉนดให้โจทก์กับนางรวยต่อมานางรวยได้โอนขายนารายนี้ให้จำเลยเพียง 500 บาทโดยสมยอมกันโจทก์ไม่ได้รู้เห็นยินยอมและได้บอกล้างแล้ว ขอให้ทำลายนิติกรรมจำเลยต่อสู้หลายประการได้ความว่า นางรวยได้ทำนาพิพาทของบิดามารดามาก่อน บิดามารดานางรวยได้แยกโฉนดโอนใส่ชื่อนางรวยภายหลังที่ได้กับโจทก์ จำเลยเป็นผู้ที่นางรวยเอามาเลี้ยงแต่เล็ก ๆ และได้อยู่กับนางรวยจนบัดนี้

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า ที่พิพาทเป็นสินสมรสและสินบริคณห์ระหว่างโจทก์และนางรวย ๆ เอาไปขายโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ เป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์บอกล้างแล้วจึงเป็นโมฆะ ให้ทำลายสัญญาโอน คืนสู่ฐานะเดิม

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่นางรวยทำนาในที่ดินของบิดามารดานั้นไม่ได้ทำให้นางรวยได้กรรมสิทธิ์แต่อย่างไร นางรวยเพิ่งได้กรรมสิทธิ์เมื่อโอนใส่ชื่อนางรวยในโฉนดอันเป็นเวลาภายหลังที่เป็นภรรยาโจทก์แล้ว ที่ดินนั้นเป็นสินสมรสและเป็นสินบริคณห์ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้สละทิ้งนางรวย จำเลยได้รับโอนที่พิพาทจากนางรวยโดยไม่สุจริต เห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสอง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th