ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง
จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 สั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่บรรยายวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินซึ่งเป็นวันที่เกิดการกระทำผิด คำฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันออกเช็คพิพาทเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ สั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท ลงวันที่ 26 เมษายน 2522 เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์และบรรยายต่อไปมีข้อความติดต่อกันว่า ครั้นวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพาหุรัดเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คปรากฏว่าธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คและคืนเช็คโดยอ้างเหตุว่าผู้สั่งจ่ายให้ติดต่อก่อนดังนี้ เห็นว่าการที่โจทก์บรรยายฟ้องมีข้อความติดต่อกันไปเช่นนี้ ย่อมเข้าใจว่าวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น เป็นวันเดียวกันกับวันที่โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินคือวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 นั้นเอง ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิด กล่าวคือมีวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแล้ว จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








