ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำของบริษัทพาราสิน จำกัด ตำแหน่งพนักงานขายต่างจังหวัด ต่อมาบริษัทจำเลยรับโอนโจทก์จากบริษัทเดิมโดยให้ทำงานในหน้าที่เดิม ต่อมาได้ย้ายโจทก์มาประจำในกรุงเทพมหานคร และลดเงินเดือนโจทก์ อ้างว่าโจทก์ทำงานบกพร่อง โจทก์โต้แย้งว่าจำเลยกระทำไม่ถูกต้องจำเลยไม่พอใจบังคับให้โจทก์เขียนใบลาออก โดยเสนอเงื่อนไขจ่ายค่าชดเชยให้ 2 เดือน โจทก์เขียนใบลาออกล่วงหน้า ครั้นถึงกำหนดนจ่ายเงิน จำเลยไม่ยอมจ่ายโจทก์ต้องการทำงานต่อไปจำเลยไม่ยอม อ้างว่าโจทก์ได้ลาออกแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจที่จะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง ค่าสึกหรอรถ ค่าน้ำมันรถ เงินสะสมพร้อมดอกเบี้ย จ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ลาออกเอง จึงมิใช่เป็นการถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหาย ค่าชดเชย กับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาหลอกลวงโจทก์ให้ลาออก จึงถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด จึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จากคำฟ้องและคำให้การในประเด็นเรื่องนี้มีว่า โจทก์ลาออกด้วยถูกบังคับ หรือลาออกด้วยความสมัครใจการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ลาออกเพราะไม่อาจรู้ได้ว่าจำเลยจะตั้งเงื่อนไขในการจ่ายเงินตามข้อตกลง จึงเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงการที่จำเลยปกปิดความจริงโดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบก่อน เป็นการจงใจนิ่งเสียไม่ใช่ความจริงอันคู่กรณีอีกฝ่ายไม่ทราบถือว่าเป็นกลฉ้อฉล เท่ากับหลอกให้โจทก์ลาออก จึงเป็นการเลิกจ้างโจทก์ เห็นว่าข้อวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ถูกต้องอย่างไรก็ตามศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ได้เขียนใบลาออกให้แก่จำเลย เมื่อเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่าโจทก์ลาออกจากงานโดยจำเลยจะจ่ายเงินให้จำนวนหนึ่ง เมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์ถูกบังคับให้ลาออกก็ต้องถือว่าโจทก์ลาออกด้วยความสมัครใจคู่กรณีต้องผูกพันตามข้อตกลง โดยจำเลยต้องจ่ายเงินตามข้อตกลงให้แก่โจทก์ และเมื่อเป็นการลาออกด้วยความสมัครใจแล้ว ปัญหาเรื่องเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมก็ไม่มีโจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกร้องเงินตามข้อตกลง แต่เรียกร้องโดยอาศัยสิทธิตามกฎหมายอื่นซึ่งศาลจะพิพากษาให้ตามฟ้องโจทก์ในคดีนี้หาได้ไม่ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกร้องจำนวนเงินตามข้อตกลงใหม่

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา ADMIN

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th