ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ที่ 1 ได้เข้าหุ้นกับจำเลยผลิตสินค้าออกจำหน่ายออกโดยมิได้จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เลิกห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลย ตั้งโจทก์ที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยได้ฟ้องโจทก์ที่ 1 เป็นอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับเงินค่าสินค้าของห้างหุ้นส่วน ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ชำระเงินส่วนของจำเลยครึ่งหนึ่งจำนวน 239,297 บาท ให้จำเลย จำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากศาลแล้ว ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีนี้ภายหลังที่ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี การชำระบัญชีไม่เสร็จ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 239,297 บาท พร้อมดอกเบี้ยคืนโจทก์ที่ 2 จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 1 จะมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ดำเนินคดีแทนหรือไม่ไม่ทราบ จำเลยไม่ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ เพราะศาลฎีกาได้แบ่งเงินให้โจทก์และจำเลยคนละครึ่ง ได้แยกจากการเป็นหุ้นส่วนกันแล้ว ถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบผู้ชำระบัญชีไม่ต้องชำระบัญชีอีก ศาลชั้นต้น มีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 2 มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ที่ 1 จำเลยได้รับเงินไปตามคำพิพากษาของศาลแม้ห้างหุ้นส่วนสามัญ ซึ่งโจทก์ที่ 1และจำเลยเป็นหุ้นส่วนได้เลิกกัน และอยู่ในระหว่างชำระบัญชี แต่โจทก์แสดงไม่ได้ว่าจำเลยมีหน้าที่และความรับผิดที่จะต้องส่งเงินจำนวน 239,297 บาท คืนห้าง จำเลยจึงยังไม่ต้องส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว วินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยรับมาจากศาลตามคำพิพากษาศาลฎีกานั้น แม้เดิมจะเป็นเงินของห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลย แต่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวมิได้เป็นนิติบุคคล โดยแท้จริงแล้ว เงินดังกล่าวก็คือเงินของผู้เป็นหุ้นส่วน คือโจทก์ที่ 1 และจำเลยร่วมกันนั่นเอง ผู้เป็นหุ้นสวนย่อมตกลงให้แบ่งเงินของห้างหุ้นส่วนเมื่อใดก็ได้ ทำนองเดียวกับเจ้าของรวมตกลงแบ่งทรัพย์กันนั่นเอง ที่จำเลยรับเงินจำนวนดังกล่าวมานั้นก็เนื่องมาจากศาลพิพากษาให้แบ่งเงินค่าสินค้าของห้างหุ้นส่วนอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมให้แก่โจทก์ที่ 1 และจำเลยผู้เป็นหุ้นส่วน เงินส่วนที่แบ่งให้จำเลย ก็ตกเป็นของจำเลยแล้ว หาใช่ยังคงเป้นเงินของห้างหุ้นส่วน อันจำเลยจะต้องส่งมอบให้ผู้ชำระบัญชีหรือเป็นเงินที่จะต้องแบ่งให้โจทก์ที่ 1 อีกไม่ โจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชี หามีอำนาจที่จะเรียกร้องหรือเข้าเก็บรักษาเงินจำนวนนี้ โดยอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1259 ดังที่โจทก์ฎีกาไม่ หากการชำระบัญชีเสร็จแล้ว โจทก์ที่ 1 จะมีสิทธิเรียกร้องอะไรจากจำเลย ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ที่ 1 จะต้องไปเรียกร้องเอาตามสิทธินั้นต่อไป พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา ADMIN

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th