ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกจากจำเลย แต่จำเลยผิดสัญญาไม่มอบทะเบียนรถยนต์ ป้ายทะเบียนและป้ายวงกลมติดรถยนต์ให้โจทก์โจทก์เสียหายไม่อาจนำรถยนต์บรรทุกออกใช้ประโยชน์ได้ จึงบอกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระให้โจทก์ไปแล้วบางส่วนและค่าขาดประโยชน์ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวม782,525 บาท

จำเลยให้การความว่า จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไม่ได้เนื่องจากโจทก์ยังครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือค่าเช่าซื้อคืนขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่โจทก์ยังครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้ออยู่ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่มีผลตามกฎหมายสัญญาเช่าซื้อยังมีผลผูกพันเหมือนเดิม โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามพยานโจทก์ จำเลยนำสืบรับกันว่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไปยังจำเลยทั้งๆ ที่โจทก์ยังครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ เห็นว่าโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลย หากโจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อก็อาจทำได้ด้วยการส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนแก่จำเลย แต่ปรากฏว่าขณะโจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญา โจทก์ยังครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th