ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร โดยได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อเจ้าพนักงานของโจทก์ เจ้าพนักงานของโจทก์ตรวจสอบแล้วไม่พอใจราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงไว้ จึงออกแบบแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรเงินเพิ่มและเงินเพิ่มอากรขาเข้าแก่โจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า แม้กรณีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาก็ตาม ศาลภาษีอากรกลางจะพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะก็ต่อเมื่อเห็นว่า ข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย หากศาลภาษีอากรกลางเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบยังไม่เพียงพอรับฟังตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลภาษีอากรกลาง ศาลภาษีอากรกลางก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 วรรค 1 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17
ตามใบขนสินค้าขาเข้าและบัญชีราคาสินค้า ปรากฏว่ามีการระบุรายการและราคาสินค้าแตกต่างกัน ซึ่งศาลภาษีอากรกลางก็วินิจฉัยจากพยานเอกสารดังกล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะหลีกเลี่ยงภาษีโดยระบุรายการและราคาสินค้าแตกต่างกัน อันเป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและก็เป็นการวินิจฉัยจากพยานหลักฐานบัญชีราคาสินค้าและใบขนสินค้าขาเข้าอันเป็นเอกสารในสำนวนนั้นเองหาได้เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากข้อเท็จจริงในสำนวนอันจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 25 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา







