ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นส่วนตัว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงิน 390,124 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินให้แก่โจทก์ด้วย จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 1 และคดีปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยฟ้องข้อเท็จจริงว่านายพิเชษฐ์เทียนทอง ได้ลงนามในสัญญารับจ้างเหมาสร้างทางตามเอกสารหมาย จ.4 ในฐานะทำแทนห้างจำเลยที่ 1 สัญญามีผลผูกพันห้างจำเลยที่ 1 และนายพิเชษฐ์เทียนทอง กับคนงานสร้างทางได้ตัดฟันต้นไม้และแผ้วถางป่าโดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางราชการ ไม้ที่ถูกตัดฟันและป่าที่ถูกแผ้วถางเสียหายคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 390,124 บาท ห้างจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่ง ละเมิดดังกล่าวและพิพากษาให้ห้างจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ห้างจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดและพิพากษามานั้น ห้างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 1 จะมารื้อฟื้นยกขึ้นเป็นฎีกาคัดค้านต่อศาลฎีกาว่า ห้างจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้ละเมิดเกี่ยวกับกิจการของห้างจำเลยที่ 1 ซึ่งได้ยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วนั้น หาได้ไม่ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยข้อฎีกาของจำเลยทั้งสองดังกล่าว และเห็นว่าคดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามข้อฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยหรือไม่เท่านั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 1 แสดงว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติแล้วว่ามีหนี้เกิดแต่มูลละเมิดเกี่ยวกับกิจการของห้างจำเลยที่ 1 ซึ่งห้างจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2) และมาตรา 1087 ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 722/2524 คดีระหว่างองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดกมลกิจค้าวัสดุก่อสร้าง กับพวก จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th