ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกัน นายสวี ลี่ อิ๋น หรือซื้อ และงึ้งคนต่างด้าวเชื้อชาติจีน ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมญาติในราชอาณาจักรไทย ไว้กับโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพมหานคร โดยจำเลยสัญญาว่าจะจัดการให้คนต่างด้าวปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกประการ หากปฏิบัติผิดเงื่อนไข จำเลยยอมให้ปรับเป็นเงิน 20,000 บาท แต่เมื่อคนต่างด้าวอยู่ครบกำหนดแล้วไม่เดินทางออกไปโดยอยู่เกินกำหนดเป็นเวลา 2 วัน จึงถือว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาประกัน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอผ่อนผัน ซึ่งโจทก์อนุญาตแล้วและโจทก์วินิจฉัยว่ากรณีของจำเลยเป็นเหตุสุดวิสัย จึงมีคำสั่งไม่ปรับจำเลยถือได้ว่าเป็นการสละสิทธิเรียกร้องเงินค่าปรับและเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ค่าปรับให้แก่จำเลย หนี้ที่จำเลยมีอยู่ต่อโจทก์จึงเป็นอันระงับ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่าการที่ผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมืองมีคำสั่งผ่อนผันไม่ปรับจำเลยตามสัญญาค้ำประกันคนต่างด้าวแล้วจะมีผลทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาหรือไม่ เห็นว่าผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นโจทก์เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มีอำนาจทำสัญญากับบุคคลทั่วไปที่จะค้ำประกันคนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ และถ้าผู้ค้ำประกันผิดสัญญาก็มีอำนาจฟ้องผู้ค้ำประกันให้รับผิดตามสัญญาได้โดยไม่ต้องไปขอความเห็นชอบจากผู้ใดอีกและในกรณีกลับกันหากเห็นว่าผู้ค้ำประกันไม่ผิดสัญญาประกัน หรือมีเหตุไม่สมควรปรับผู้ค้ำประกันก็มีอำนาจกระทำได้โดยชอบ สำหรับคดีนี้โจทก์วินิจฉัยว่าคนต่างด้าวที่จำเลยค้ำประกันอยู่เกินกำหนดไป 2 วัน เนื่องจากป่วยและได้เดินทางออกไปหลังจากหายป่วยแล้ว ไม่มีเจตนาฝ่าฝืน และไม่เกิดความเสียหายแก่ราชการ จึงมีคำสั่งไม่ปรับจำเลยตามสัญญาค้ำประกันและเก็บรวมเรื่องไว้แล้ว เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้ดุลพินิจสั่งตามอำนาจและหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 340 แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th