ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ศาลชั้นต้นพิาพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 339 จำคุก 10 ปี สนับมือของกลางให้ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่ามีความผิดตาม มาตรา 83, 339 ประกอบด้วย มาตรา 80 จำคุก 6 ปี 8 เดือน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกาว่าเมื่อจำเลยกระชากสร้อยคอของผู้เสียหายขาด สร้อยคอย่อมติดมือจำเลยชั่วระยะหนึ่ง ถือว่าจำเลยยึดถือครอบครองทรัพย์ของผู้เสียหาย เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์สำเร็จ
มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือความผิดสำเร็จ
ข้อเท็จจรองฟังยุติว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คนได้ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายโดยพวกของจำเลยได้เข้าทำร้ายนายนิสิตซึ่งนั่งอยู่กับผู้เสียหายและจำเลยวิ่งเข้ามากระชากสร้อยคอจากผู้เสียหายขาดหล่นลงที่พื้น จำเลยก้มลงจะหยิบเอาแต่ผู้เสียหายแย่งหยิบเอาไว้ก่อน เห็นว่าการที่จำเลยกระชากสร้อยคอจากคอผู้เสียหายขาด แม้จะเป็นผลให้สร้อยคอติดมือจำเลยชั่วระยะหนึ่ง แต่ก็เป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้สร้อยคอขาดหลุดเท่านั้น จะถือว่าจำเลยยึดถือสร้อยคอของผู้เสียหายไว้แล้วหาได้ไม่ การยึดถือเอาสร้อยคอยังไม่บรรลุผล จึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดสำเร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา


