ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้รถบรรทุกน้ำหนักเกินอัตรา ให้ลงโทษจำเลยและริบรถบรรทุกของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกของกลางได้ให้ผู้อื่นเช่าซื้อ และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้ร้องจะไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดคดีนี้ แต่นายนริศวงศ์ภมรมนตรี ผู้เช่าซื้อและเป็นผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนผู้ร้องเบิกความว่า นายนริศมีอาชีพรับจ้างบรรทุกทราย หินและดิน ขณะเกิดเหตุรับจ้างบรรทุกทราบไปที่หมู่บ้านบางบัวทองโดยจำเลยเป็นคนขับ รถบรรทุกของกลางและวันเกิดเหตุจำเลยได้ นำรถไปบรรทุกทรายให้นายอนันต์วงศ์ ภมรมนตรี น้องชายนายนริศ พฤติการณ์ดังนี้ นายนริศจะอ้างว่าไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น ส่วนการดำเนินคดีขอคืนรถบรรทุกของกลางนั้น ผู้ร้องคงมีนายฉัตรชัย โพธาร นางพงษ์ ลูกจ้างผู้ร้องเป็นพยานเบิกความลอย ๆ ว่า ผู้ร้องได้บอกเลิกสัญญาไปยังผู้เช่าซื้อโดยไม่ได้อ้างส่งเอกสารบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อศาลทั้ง ๆ ที่ผู้ร้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้กลับเข้าครองรถบรรทุกของกลางแต่อย่างใด คงได้ความจากนายฉัตรชัย พยานผู้ร้องเพียงว่าผู้เช่าซื้อยังชำระเงินค่าเช่ารื้อ ให้ไม่ครบ แต่นายฉัตรชัย ก็ไม่ทราบว่าค้างชำระค่าเช่าซื้อกันกี่งวดและจำนวนเงินเท่าใด เนื่องจากไม่มีเอกสารการชำระค่าเช่าซื้อมาแสดง คำเบิกความของนายฉัตรชัย เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ จึงฟังเป็นจริงไม่ได้ นอกจากนี้นายฉัตรชัย ไม่เคยติดต่อขอรับรถบรรทุกของกลางคืนจากพนักงานสอบสวน คงได้ความจากร้อยตำรวจโทธนู พนักงานสอบสวนว่านายนริศผู้เช่าซื้อเป็นผู้มาติดต่อขอรับรถคืน ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าผู้ร้องยอมให้นายนริศใช้ชื่อผู้ร้องในการขอคืนของกลางคดีนี้ก็เพื่อประโยชน์แก่นายนริศนั่นเองการร้องขอคืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 นั้น เป็นการใช้สิทธิทางศาลอย่างหนึ่งซึ่งผู้ร้องจะต้องกระทำการโดยสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องมิใช่ผู้ขอคืนที่แท้จริง แต่เป็นการขอคืนเพื่อประโยชน์นายนริศซึ่งเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดเช่นนี้จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กรณีจึงไม่มีเหตุที่ศาลจะคืนให้ได้

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th