ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจได้จับกุมนางน้อมในข้อหาเล่นการพนันสลากกินรวบ แล้วเรียกเงินจากนางน้อม 3,000 บาท เพื่อตนเองโดยมิชอบแล้วจะปล่อยนางน้อมไป เป็นการละเว้นไม่ปฏิบัติการตามตำแหน่งโดยมิชอบและโดยทุจริต ทำให้กรมตำรวจเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149, 157

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยกับพลตำรวจธีรยุทธร่วมกันจับกุมนางน้อม ในข้อหาว่าเล่นการพนันสลากกินรวบพร้อมด้วยของกลาง จำเลยเรียกร้องเงินจากนางน้อม 5,000 บาท แล้วจะปล่อยตัวไม่นำส่งพนักงานสอบสวนต่อรองตกลงกัน 3,000 บาท นางน้อมให้บุตรสาวไปยืมเงินจากนางสาววรรณภา นางสาววรรณภาตกลงให้ยืมและนัดให้ไปรอรับเงินที่ซุ้มสัญญาไฟจราจรสี่แยกสาธุประดิษฐ์ ก่อนนำเงินไปให้ นางสาววรรณภาแจ้งเรื่องให้พันตำรวจโทอดุลย์ทราบแล้วได้นำเงิน 3,000 บาทไปให้นางน้อมตรงที่นัดหมาย แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในเรื่องที่ว่านางน้อมมอบเงิน 3,000 บาทให้จำเลยหรือยังนั้น เห็นว่าไม่ใช่ข้อสำคัญของคดี เพราะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ที่โจทก์ฟ้อง เพียงจำเลยเรียกเงินจากผู้ถูกจับเพื่อตนโดยมิชอบเพื่อไม่จับกุมก็เป็นความผิดแล้ว แม้จะยังไม่ได้รับเงินก็ตาม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th