ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าพลตำรวจพีระพงษ์ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดของจำเลยใช้ปืนยิงสิบตำรวจเอกนัดบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย ในขณะที่กำลังปฏิบัติราชการ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยในฐานะเป็นกรมเจ้าสังกัดของพลตำรวจพีระพงษ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า การกระทำละเมิดของพลตำรวจพีระพงษ์เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของพลตำรวจพีระพงษ์เอง และมิใช่เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่จึงไม่ผูกพัน จำเลยให้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาปฏิเสธความรับผิดว่า พลตำรวจพีระพงษ์ใช้อาวุธปืนยิงสิบตำรวจเอกนัดเป็นการฆ่าโดยเจตนา ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า แม้การกระทำของพลตำรวจพีระพงษ์จะเป็นความผิดในทางอาญาและศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดตรัง) ได้มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้วก็ตาม แต่การกระทำอันเป็นความผิดของพลตำรวจพีระพงษ์ดังกล่าวก็สืบเนื่องมาจากได้มีการกระทำผิดในทางอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเกิดขึ้นก่อน และผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้สิบตำรวจเอกนัดกับพวกร่วมกันติดตามจับกุมคนร้ายในที่เกิดเหตุเมื่อพลตำรวจพีระพงษ์ได้ทราบถึงเหตุอันเป็นความผิดในทางอาญาเกิดขึ้นซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(16) และมาตรา 17ได้บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานตำรวจมีสิทธิที่จะสืบสวน จับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดได้ จึงได้เข้าร่วมทำการจับกุมคนร้ายโดยไม่จำเป็นต้องได้รับคำสั่งหรือได้รับการมอบหมายจากผู้บังคับบัญชานั้นแต่อย่างใด แต่เนื่องจากความประมาทของพลตำรวจพีระพงษ์เป็นเหตุให้สำคัญผิดคิดว่าสิบตำรวจเอกนัดซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบและถืออาวุธปืนยืนอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นเป็นคนร้ายพลตำรวจพีระพงษ์ได้ใช้อาวุธปืนที่มีติดตัวไปยิงถูกสิบตำรวจเอกนัดถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุนั้นเอง ต่อมาหลังจากเกิดเหตุพันตำรวจโทสุนทรธนทวี สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกันตัง พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัชาของเจ้าพนักงานตำรวจทั้งสองดังกล่าวทำการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว มีความเห็นว่าเป็นการกระทำไปในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงได้ทำสำนวนสอบสวนเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมเสนอต่ออธิบดีกรมอัยการเพื่อดำเนินการต่อไป ดังนี้ จากข้อเท็จจริงตามที่ได้ความดังกล่าว จึงถือได้ว่าการที่พลตำรวจพีระพงษ์ใช้อาวุธปืนยิงสิบตำรวจเอกนัดถึงแก่ความตายเป็นไปในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย จำเลยในฐานะเป็นกรมตำรวจในรัฐบาลและเป็นเจ้าสังกัดของพลตำรวจพีระพงษ์ผู้กระทำละเมิดในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงมีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th