ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสลักหลังเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ และจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็ค พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาในชั้นนี้มีว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากตัวโจทก์และนางสาววิไลพร พิริยกุลวงศ์ พยานโจทก์ ซึ่งเบิกความทำนองเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2527 จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 มาขอยืมเงินจากโจทก์ จำเลยที่ 1 นำเช็คพิพาทซึ่งมีจำเลยที่ 2ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลัง มอบให้แก่โจทก์เป็นการชำระหนี้แลกเงินสด และยังได้ความต่อไปว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือจำเลยที่ 2 เบิกความโต้แย้งเพียงว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า ข้อต่อสู้คดีของจำเลยที่ 2 เป็นไปอย่างเลื่อนลอยหาสาระความจริงอื่นใดสนับสนุนให้น่าเชื่อถือได้ไม่ พยานหลักฐานของโจทก์ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย คดีโจทก์ฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th