ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3บัญญัติว่า "ในท้องที่ซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้ในศาลจังหวัด สำหรับคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" ส่วนมาตรา 2 มีความว่า จะให้ใช้บังคับในท้องที่ใด เมื่อใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ให้ใช้บังคับในท้องที่อำเภอเมืองสิงห์บุรีและอำเภออินทร์บุรี โดยใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2521 เป็นต้นไป คดีนี้อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7และ 9 ซึ่งบทบัญญัติในมาตรา 7 มีความว่าต้องยื่นฟ้องภายในกำหนดเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ต้องหาถูกจับ กรณีมีเหตุจำเป็นให้ยื่นคำร้องขอผัดฟ้องไว้ ส่วนมาตรา 9 มีความว่า เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 จะฟ้องได้ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2521 สองข้อหาคือดูดทรายในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และควบคุมเรือยนต์เครื่องจักรเรือยนต์โดยไม่มีประกาศนียบัตร และนำส่งพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันนั้นเวลา 19นาฬิกา แต่ต่อมาพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหาดูดทรายในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัด ครั้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์2522 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาควบคุมเรือยนต์เครื่องจักรเรือยนต์โดยไม่มีประกาศนียบัตรให้จำเลยทราบอีกครั้งหนึ่ง แล้วส่งฟ้องศาล ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดดังกล่าวอยู่ในอำนาจศาลแขวงพิจารณาพิพากษา พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตั้งแต่แรก และเป็นความผิดคนละกรรมกับข้อหาดูดทรายในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานสอบสวนต้องส่งจำเลยให้พนักงานอัยการฟ้องภายใน 72 ชั่วโมงหรือต้องผัดฟ้องต่อศาลแขวงตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 แต่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมิได้ขอผัดฟ้องและได้ส่งตัวจำเลยมาฟ้องศาลหลังถูกจับในข้อหานี้ถึง 6 เดือน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการตามมาตรา 9 จึงเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในมาตรา 7 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />