ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยให้จ่ายค่าจ้างที่ค้างพร้อมกับเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 10,000 บาทพร้อมกับเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของยอดเงิน 5,000 บาททุกระยะเจ็ดวัน นับแต่วันที่ 1มีนาคม 2529 และเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของยอดเงิน 5,000 บาททุกระยะเจ็ดวันนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอวางเงินตามคำพิพากษารวมทั้งสิ้น 10,992.22 บาทโดยระบุว่าเป็นค่าจ้าง 10,000 บาท พร้อมเงินเพิ่มทั้งสองจำนวนนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2529 และวันที่ 1 มีนาคม 2529 เป็นเงิน 992.22บาท

ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ตามคำพิพากษาให้คิดเงินเพิ่มร้อยละ 15ของยอดเงิน 5,000 บาท ทุกระยะเจ็ดวันมิใช่ร้อยละ 15 ต่อปีทุกระยะเจ็ดวันจำเลยวางเงินเพิ่มร้อยละ 15 ต่อปี ทุกระยะเจ็ดวันเป็นเงิน 14.38 บาท จึงไม่ถูกต้องที่ถูกแล้วเป็นเงิน750 บาทต่อเจ็ดวันสำหรับยอดเงิน 5,000 บาทแต่ละยอด

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางซึ่งถึงที่สุดว่า จำเลยจงใจผิดนัดการจ่ายค่าจ้างเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม 2529 เดือนละ 5,000 บาท รวม 2เดือน โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร และพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 10,000 บาท พร้อมกับเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของยอดเงิน5,000 บาท ทุกระยะเจ็ดวันนับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2529 และเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของยอดเงิน 5,000 บาททุกระยะเจ็ดวันนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นนั้นเห็นว่า เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างซึ่งจงใจผิดนัดจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ต้องรับผิดจ่ายเงินเพิ่มแก่ลูกจ้างตามที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 วรรคสองบัญญัติไว้ว่า 'ถ้านายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินดังกล่าวโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มแก่ลูกจ้างร้อยละ15 ของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเจ็ดวัน' เพราะฉะนั้นคำสั่งของศาลแรงงานกลางในชั้นบังคับคดีที่สั่งคำร้องขอวางเงินของจำเลยว่า จำเลยต้องวางเงิน 750 บาทต่อเจ็ดวัน สำหรับยอดเงิน5,000 บาท แต่ละยอดชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นชอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 วรรคสองแล้วหาใช่วางเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของยอดเงิน 5,000 บาท ทุกระยะเจ็ดวันเป็นเงิน 14 บาท 38 สตางค์ ตามที่จำเลยคิดคำนวณและอุทธรณ์ขึ้นมาไม่ เพราะไม่ชอบด้วยบทบัญญติของกฎหมายดังกล่าวมาแล้ว

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th