ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันพรากนางสาวอารมณ์ผู้เยาว์อายุ 16 ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร และจำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ในที่พักและจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายคนละครั้ง แล้วจำเลยที่ 1 กับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ในที่พักอีกแห่งหนึ่งและจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276, 310, 318

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 310 และ 318 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 ประกอบด้วยมาตรา 86 จำเลยที่ 1ที่ 2 ลงโทษตามมาตรา 276 วรรคสอง กระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 310กระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 318 กระทงหนึ่ง

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมิได้สมัครใจไปกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงได้แสดงกิริยาขัดขืนจนถูกจำเลยที่ 1 ทำร้ายและถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2ฉุดลากไป ครั้นถึงเขาลูกเล็กจำเลยที่ 1 ก็ทำร้ายผู้เสียหายบังคับให้นั่งลงและผลักผู้เสียหายให้นอนหงาย แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ใช้กำลังบังคับถอดเสื้อและกางเกงของผู้เสียหายออก จำเลยที่ 2 เหยียบแขนทั้งสองข้างของผู้เสียหายไว้ จำเลยที่ 1 ชกท้องผู้เสียหายและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1จับแขนผู้เสียหายเปลี่ยนให้จำเลยที่ 2 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายบ้าง เช่นนี้เป็นการพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปด้วย และข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ควบคุมและบังคับผู้เสียหายอยู่ตลอดเวลาที่บ้านนางแมว ตอนที่อยู่บ้านนายเที่ยงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ควบคุมและบังคับผู้เสียหายให้อยู่แต่ในบ้าน และขู่ว่าถ้าหลบหนีจะฆ่าให้ตาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีก แม้แต่ผู้เสียหายไปถ่ายอุจจาระจำเลยที่ 1 ก็ตามไปเฝ้าไว้ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

ที่จำเลยที่ 3 ออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางกับจำเลยที่ 2 และตามหลังจำเลยที่ 1 ซึ่งกลับจากปัสสาวะ เป็นการที่จำเลยที่ 1 ได้นัดหมายกับจำเลยที่ 2และที่ 3 ไว้ และจำเลยที่ 3 ก็ตรงไปเอารถจักรยานยนต์อันเป็นพาหนะของจำเลยที่ 1 และผู้เสียหายไปเสีย แล้วจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ก็เข้าใช้กำลังประทุษร้ายพรากผู้เสียหายไปเช่นนี้ เป็นการให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2กระทำความผิด จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 318

พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามมาตรา 75จำคุกจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 276 วรรคสอง ตามมาตรา 310 และตามมาตรา 318ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามมาตรา 91 และให้คงจำคุกจำเลยที่ 2

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th