ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตและพกพาไปในทางสาธารณะ เมือง และหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายด้วยการร่วมกันขู่เข็ญบังคับข่มขืนใจให้ผู้เสียหายส่งเงิน 100 บาทให้แก่จำเลยทั้งสอง โดยจำเลยที่ 2 มีอาวุธปืนผู้เสียหายไม่ยอมส่งเงินให้และเดินหนี จำเลยที่ 1 ได้กางกั้นขวางหน้าผู้เสียหายไว้ ทันใดนั้นจำเลยที่ 2 ยิงผู้เสียหาย 3 นัด ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย กระสุนลั่นขึ้น 1 นัด ถูกผู้เสียหายที่กะโหลกศีรษะแต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายและมิได้ส่งเงิน 100 บาทให้แก่จำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 339, 80, 309 วรรค 2, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 และ 371 ให้ลงโทษตามมาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 ก่อนมีการแก้ไข อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิด สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานพยายามชิงทรัพย์และฐานมีปืนกับกระสุนปืนด้วย

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 อ้างว่าไม่ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างใดไม่เข้าลักษณะเป็นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และ 371 ให้ลงโทษตามมาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ไม่ เพราะเมื่อไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แล้วก็ต้องถือว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และมาตรา 371 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกานั้น ไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ สำหรับความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์และมีอาวุธปืนฯ ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์ก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยไม่มีความผิดตามที่จำเลยฎีกาแล้ว ไม่มีข้อที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยอีก

พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th