ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะขายสวนยางพาราให้โจทก์แล้วไม่โอนขายให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คือ เสียเงินวางมัดจำ 7,000 บาท ลงทุนแผ้วถางปลูกสร้าง 16,000 บาท และตามสัญญาข้อ 4 จำเลยต้องใช้เงินให้โจทก์อีกโสดหนึ่ง 2,000 บาท

จำเลยขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 7,000 บาท และใช้ค่าเสียหาย2,000 บาทแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ได้ลงทุนก่อสร้างปลูกยางเป็นเงิน 16,000 บาทด้วย

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยต้องรับผิดแต่เมื่อศาลชั้นต้นให้จำเลยต้องรับผิดตามสัญญาข้อ 4 เป็นเงิน 2,000 บาทแล้ว ก็ต้องลดจำนวนเงิน 16,000 บาท ลงเหลือเพียง 14,000 บาท พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าลงทุนแผ้วถางปลูกสร้างในที่ดินเงิน 14,000 บาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้เพียง 2,000 บาท ตามสัญญาข้อ 4 เท่านั้น

ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว หนังสือสัญญามัดจำลงวันที่ 10 ตุลาคม 2500 ข้อ 4 มีความว่า "ฯลฯ ถ้าผู้ให้สัญญา (ผู้จะขายคือ นางเกี้ยวจำเลย) ไม่ยอมขายที่ดินให้กับผู้ถือสัญญา (ผู้จะซื้อคือ โจทก์) ผู้ให้สัญญายอมให้ผู้ถือสัญญาฟ้องร้องต่อศาลขอให้ศาลบังคับผู้ให้สัญญาขายที่ดินให้กับผู้ถือสัญญาเรียกค่าเสียหายอีกโสดหนึ่งเป็นเงิน 2,000 บาท ฯลฯ" ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าสัญญาข้อนี้ต้องแปลว่า ถ้าจำเลยสามารถขายที่ดินได้ แต่ไม่ยอมขาย โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ขายและเรียกค่าเสียหายได้อีกโสดหนึ่งเป็นเงิน 2,000 บาท กล่าวคือ เป็นสัญญาที่กำหนดให้ค่าเสียหายเพิ่มเติมการชำระหนี้ ซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องทั้งสองประการควบคู่กัน แต่ข้อสัญญามิได้กล่าวถึงกรณีที่จำเลยไม่สามารถขายได้ เพราะที่ดินเป็นของบุคคลอื่น กรณีเช่นนี้จึงต้องบังคับตามเรื่องผิดสัญญาทั่วไป ซึ่งโจทก์เรียกค่าเสียหายแทนการที่จำเลยไม่ชำระหนี้ได้ ตามหลักกฎหมายเรื่องค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 222 อันเป็นคนละเรื่องกับค่าเสียหายที่กำหนดไว้ตามข้อสัญญาดังกล่าวข้างต้น และจะถือว่าเป็นการเรียกร้องค่าเสียหายนอกเหนือข้อสัญญาหาได้ไม่ เพราะเป็นผลบังคับของกฎหมายตามลักษณะของสัญญาในตัวในคดีนี้โจทก์ก็ได้นำสืบค่าเสียหายจำนวน 16,000 บาทได้ ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายจำนวนนี้แก่โจทก์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th