ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2524 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2524เวลากลางวัน จำเลยใช้กำลังกายปลุกปล้ำข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบังอรศรีอายุ 12 ปีเศษ จนสำเร็จความใคร่ของจำเลยหลายครั้ง เหตุเกิดที่ตำบลบ้านเกาะอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 277 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2524 ข้อ 7

จำเลยให้การปฏิเสธ

นายดาวบิดาผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514ข้อ 7 อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดและเป็นคุณแก่จำเลย คำรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 จำคุก 3 ปี 4 เดือน คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจากการตรวจหากลุ่มเลือด จำเลยกับผู้เสียหายมีเลือดในกลุ่ม บี. ตามหลักวิชาแพทย์ทารกที่เกิดจะมีเลือดในกลุ่ม เอ.ไม่ได้ ดังนั้นทารกจึงไม่ได้เกิดจากจำเลยและย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เห็นว่าในเรื่องกลุ่มเลือด โจทก์มีนายแพทย์ธเนศ เบิกความว่าหากบิดาและมารดามีเลือดกลุ่ม บี. ทั้งคู่ ทารกที่ออกมาจะไม่มีโอกาสมีเลือดกลุ่ม เอ.ได้ ทั้งว่าเท่าที่เคยตรวจมา ยังไม่เคยพบว่ากรณีเช่นนี้มีโอกาสทำให้กลุ่มเลือดเปลี่ยนไปได้ พยานได้ตรวจหากลุ่มเลือดของผู้เสียหายคดีนี้ด้วย แต่จำรายละเอียดไม่ได้ ถือได้ว่าพยานปากนี้เป็นผู้ชำนาญการพิเศษในทางการแพทย์ เบิกความตามหลักวิชาแพทย์และที่เคยปฏิบัติมา มีประโยชน์ในการวินิจฉัยได้ และผลการตรวจกลุ่มเลือดตามเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาครแจ้งมาก็มีร้อยตำรวจโทสมศักดิ์เบิกความรับรอง ย่อมเป็นการเพียงพอในการรับฟังแล้วส่วนที่เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นของผู้ชำนาญการพิเศษตามเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 มีใจความว่า ทางโรงพยาบาลได้ทำการเจาะเลือดผู้เสียหาย จำเลยและทารกเพื่อตรวจหากลุ่มเลือดแล้ว และได้ระบุผลออกมา ฟังได้ว่าผู้ตรวจคือผู้ชำนาญในการนี้และทำการตรวจถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์แล้วมีการทำความเห็นแจ้งผลการตรวจมา ย่อมเป็นหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 243 แล้ว ส่วนวรรคสองของมาตรานี้ที่ว่าศาลจะให้ผู้ชำนาญการพิเศษทำความเห็นเป็นหนังสือก็ได้แต่ต้องให้มาเบิกความประกอบหนังสือด้วยนั้น เป็นบทบัญญัติให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจที่จะทำหรือไม่ก็ได้หาใช่เป็นบทบังคับเด็ดขาดอันเป็นผลห้ามมิให้รับฟังความเห็นดังกล่าวไม่ เมื่อคดีนี้นายแพทย์ธเนศเบิกความว่า ถ้าบิดามารดามีเลือดเป็นกลุ่ม บี. ด้วยกันตรงกับผู้เสียหายและจำเลยทารกที่เกิดมาจะไม่มีโอกาสมีเลือดเป็นกลุ่ม เอ.ดังทารกรายนี้ได้ จึงฟังว่าทารกมิได้เกิดจากจำเลยกับผู้เสียหาย คือจำเลยมิได้เป็นผู้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้องนั่นเอง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและให้การในชั้นสอบสวนว่าได้ใช้อวัยวะเพศถูไถอวัยวะเพศของผู้เสียหาย 2 ครั้งก็ตาม แต่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธชั้นศาล คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยลำพังหามีน้ำหนักให้รับฟังว่าจำเลยกระทำผิดดังโจทก์ฟ้องไม่

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />