ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยดำเนินการยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 17835 ตำบลแสนภูดาษ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกเป็นส่วนของโจทก์ตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ให้จดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 17835 เป็นทางภาระจำยอม ให้โจทก์ทำถนนคอนกรีตบนที่ดินดังกล่าว ให้โจทก์จดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 21917 และ 21916 แก่จำเลย และรับเงินค่าที่ดิน 30,000 บาท และ 93,300 บาท ตามลำดับจากจำเลย หากไม่ดำเนินการให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง

จำเลยขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปดำเนินการยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 17835 ตำบลแสนภูดาษ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกเป็นส่วนสัดตามแผนที่วิวาทภายในกรอบเส้นสีเขียว หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลในส่วนฟ้องแย้งแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลนอกจากนี้ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ข้อ 6 ระบุว่า "ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันว่าจะจัดให้มีทางเข้าออกที่ดิน (ที่ดินที่โจทก์จะซื้อ) และที่ดินส่วนที่เหลือต่อจากทางเชื่อมหรือสะพานตามข้อ 5 มีขนาดทางกว้างและยาว 20 เมตร โดยจะต้องทำการแบ่งแยกทางดังกล่าวเป็นอีกโฉนดหนึ่งและทั้งสองฝ่ายถือกรรมสิทธิ์ฝ่ายละครึ่ง ปรากฏตามพื้นที่ระบายสีส้มในแผนที่แนบท้ายสัญญาหมายเลข 1 " แสดงว่า โจทก์และจำเลยตกลงกันให้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกที่ใช้ร่วมกันโดยนิติกรรม โจทก์ไม่ได้นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่าโจทก์และจำเลยตกลงเปลี่ยนแปลงข้อสัญญาดังกล่าวอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงกลับได้ความจากนายวัฒนา ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์และจำเลยตกลงให้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออก เนื่องจากจำเลยมีที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งต้องใช้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออก เหตุที่โจทก์ฟ้องคดีเพราะประสงค์จะนำที่ดินที่ตั้งโรงงานจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ต่อธนาคาร แต่ธนาคารไม่รับจำนองเนื่องจากไม่มีทางเข้าออก อันเป็นการยอมรับว่าโจทก์และจำเลยมีเจตนาให้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกที่ใช้ร่วมกัน เมื่อโจทก์และจำเลยมีข้อตกลงตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ข้อ 6 ว่า ให้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกที่ใช้ร่วมกันและยังไม่มีการตกลงเปลี่ยนแปลงเช่นนี้แล้ว โจทก์ในฐานะเจ้าของรวมจึงไม่มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์ได้ เนื่องจากมีนิติกรรมขัดอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1156/2552

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th