ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าเจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ในระหว่างที่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดยังไม่ถึงที่สุด ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้จำเลยล้มละลายได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินเป็นการด่วนอีกทั้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็มีผลเป็นคำพิพากษา ดังบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 มาตรา 13 และมาตรา6 ดังนั้น หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่า เจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วแม้คำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตามเมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการอนุญาตให้ทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามความในมาตรา 61 ทันทีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ชอบแล้ว"
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา


